ins class="adsbygoogle" style="display:block; text-align:center;">

Content View Hits : 849662

การเลือกปฏิบัติต่อพื้นที่และเวลา สิ่งที่รัฐราชการนิยมใช้

ปกติชาวบ้านร้านช่องจะคุ้นเคยกับพื้นที่และเวลาเป็นอย่างดี และดีมากๆ จนรัฐราชการหยิบยกมาใช้ประโยชน์ให้กับตัวเองมานานนมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รัฐราชการตระหนักดีว่าพวกเราพื้นที่และเวลามีส่วนสำคัญในการเป็นกรอบกำหนดให้เราแสดงออกให้เหมาะสม  พวกเราทำกิจกรรมผ่านพื้นที่และเวลาในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ในพื้นที่และเวลาที่เราทำกิจกรรมต่างๆ เรายังแสดงออกถึงตัวตนที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ พื้นที่และเวลาทำให้เรารู้ว่าเราควรปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อเราอยู่ในที่ทำงาน เราต้องแสดงออกในเขตที่เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ที่เราได้รับ หากเราเป็นเด็ก เราควรจะวางตัวให้ความเคารพยำเกรงกับผู้ใหญ่ แต่ในขณะที่เราอยุ่ท่ามกลางเพื่อนในงานเลี่ยง หรือการออนไลน์อยู่ในโลกเสมือน ตัวตน วิธีการสื่อสารการใช้คำพูดจะแตกต่างไปจากการทำงาน

รัฐราชการหยิบยกอะไรเล่าจากพื้นที่และเวลามาใช้ประโยชน์

1.หยิบเอาประสบการณ์ที่เกิดของมนุษย์ ความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขของพื้นที่และเวลามาใช้ประโยชน์ อันเป็นที่นิยมของหน่วยงานประเภท ดังนี้

1.1 เกี่ยวกับการปกครอง + ยามรอบๆ ประเทศ + รักษาความสงบภายใน ก็กลายเป็นพ่อขุนที่มุ่งมั่นจะปะจะชุนผ้าที่กัดให้ขาดวิ่นไปพร้อมๆ กัน เราจึงเห็นปรากฏการณ์ ดังนี้

1) แหล่งผลประโยชน์ทางสังคม บ่อน ซ่อง แรงงานเถื่อน สนามมวย ยังคงเปิดได้ตามสบายแม้ตนเองจะห้ามจะยัดคุกประชาชนหากเปิดร้านค้าขาย หากจับกลุ่มนั่งล้อมวงกินข้าว หากชุมนุม ฯลฯ ปากก็แหกว่าเป็นพื้นที่และเวลาของพวกมึงกูว่ามึงต้องปรับ พวกกูไม่ปรับพื้นที่และเวลาหรอกพวกกูคนดี

2) แหล่งผลประโยชน์ทางกายภาพ ผังเมือง พื้นที่สาธารณประโยชน์ ก็แย่งเอามาจากอนาคตของลูกหลานเรามาสนองความอยากความเจริญเติบโตทางธุรกิจของพวกพ้อง  จะให้ต่างชาติ เช่าได้ 99 ปี ลดภาษี ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมพังพินาศช่างมัน

1.2 เกี่ยวกับสาธารณสุข ก็กลายเป็นหน่วยงานไอโอประเภทหนึ่ง ทำงานมีหน้ามีตาพอจะหยิบมาเป็นประเด็นก่นด่าชี้หน้าประชาชนให้ปฏิบัติตนเป็นเด็กดี(จัดการพื้นที่และเวลาพวกเอ็งให้ดี)ไม่งั้นจะต้องถูกมัดเข้าโรงพยาบาล  เราจึงเห็นปรากฏการณ์ ดังนี้

1) การโชว์ข้อมูลต่างประเทศ มาข่มขู่สร้างความกลัว แต่ข้อมูลภายในตรวจยากตรวจเย็นๆ ไว้

2) มาตรการป้องกันยังกะใช้กับสัตว์เลี้ยง

1.3 เกี่ยวกับความยุติธรรม และองค์กรอิสระ ก็กลายเป็นผีเจ้าที่(พื้นที่นี้ข้าปกป้องคุ้มครองเจ้าเรือนข้าและบริวาร พร้อมทั้งเมตตาคนที่เซ่นสังเวย) เราจึงเห็นปรากฏการณ์ ดังนี้

1) ประชาชนกังขาหนักหนากับตาชั่งที่เอียงไปข้างเดียว

2) เครื่องมือพิเศษในทางการเมืองของคนพิเศษ

1.4 เกี่ยวกับการศึกษา จากครูก็กลายร่างเป็นเจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์ และเป็นครูฝึกแถวทหารเกณฑ์  โรงเรียนกลายเป็นพื้นที่การใช้อำนาจนิยม(พื้นที่แห่งการออกแบบการเรียนรู้ร่วมกันของครูและเด็ก นะนอกประเทศโน่น ในประเทศนี้ต้องรูจักสำนึกในความดี ซ้ายต้องซ้ายขวาต้องขวา ว่านอนสอนง่าย ณ พื้นที่นี้ และห้วงเวลานี้มีอะไรไหม) ภายใต้วาทกรรมการกระจายอำนาจสู่พื้นที่  การพัฒนาการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน

1.5 เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ก็กลายเป็นสาขาธุรกิจของเจ้าสัว (ณ ห้วงเวลานี้ เอ็งอย่าริอ่านอยู่ได้ด้วยตนเอง)

1.5 เกี่ยวกับการต่างประเทศ ก็กลายเป็นบอดี้การ์ดเผด็จการ (ณ เวลานี้ พวกเอ็งอย่าริอ่านเรียกร้องที่จะทำตามกฏกติการ่วมระหว่างประเทศ)

2.จ้องตาเป็นมันที่จะหยิบเอาผลกระทบความสัมพันธ์ลักษณะข้อเท็จจริงของพื้นที่ความเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ ที่อยู่บนพื้นผิวโลก โครงสร้างของเมืองพื้นที่ทำเกษตรกรรม ทุ่งหญ้า แม่น้ำ อากาศ เป็นต้นมาใช้ประโยชน์ อันเป็นที่นิยมของหน่วยงานประเภท ดังนี้

2.1 เกี่ยวข้องกับการการเกษตร กับดิน น้ำ  ป่าไม้  ด้วยผลกระทบจากความสัมพันธ์กับธรรมชาติ หน่วยงานการเกษตรก็ตั้งหน้าตั้งตาเป็นผู้นำสารเคมีเข้าสู่ผืนดินของประชาชน  เกี่ยวกับดินก็ตั้งหน้าตั้งตาเป็นสหายนายทุน เกี่ยวกับน้ำก็ตั้งหน้าตั้งจะเป็นจักรวรรดิราชการ เกี่ยวกับป่าไม้ก็ตั้งหน้าตั้งตาหลับหูหลับตา

2.2 เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยจากภัยพิบัติ พืื้นที่และเวลาของพวกข้าก็ตั้งหน้าตั้งหน้าสร้างเครื่องรางของขลังจัดซื้อดอกไม้ธูปเทียน  พื้นที่และเวลาของพวกเอ็งก็สร้างความขัดแย้งกับธรรมชาติต่อไป  อุบัติภัยก็ท้านรกกันตามสบายนะจ๊ะข้าตั้งเต็นท์ปลิวไสวๆๆ นั้งกระดิกนิ้วเท้ารอเก็บข้อมูลสถิติเอาไปตราหน้าความเลวพวกเอ็ง (เมา เร็ว ประมาท ฯลฯ) อะฮ้าเงินงบประมาณไหลมาเทมา เอามาสยบความซ่าพวกเอ็ง

-------------xxx--------------

Facebook FanBox