“ความหวัง” หรือ “กับดัก”? ชำแหละจุดตายแผนเปลี่ยนประเทศไทย 2569

“เรากำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งที่ทุกคนบอกว่าเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ของชะตากรรม… แต่ถามจริงๆ ครับ เรากำลังเลือกตั้งเพื่อ ‘เปลี่ยนโครงสร้าง’ หรือเราแค่กำลังเดินเข้าคูหาเพื่อ ‘รับรองความชอบธรรม’ ให้กับกติกาที่เขาเขียนไว้ล้อมกรอบเราอยู่แล้ว? ความหวังที่เรามี… เป็นความหวังที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง หรือเป็นแค่ ‘ยาระงับปวด’ ที่ทำให้เราลืมมองว่ากรงขังนี้มันแข็งแรงแค่ไหน?”

“บทวิเคราะห์จากหลายสำนักมองว่า ปี 2569 คือโอกาสของ ‘การเมืองของความหวัง’ ที่มวลชนจะรวมตัวเป็นเครือข่ายพลเมืองเพื่อกดดันรัฐบาลก้าวหน้าให้ปฏิรูปสถาบัน แต่วันนี้ผมอยากชวนมองมุมกลับผ่านเศรษฐศาสตร์การเมืองและมานุษยวิทยา ว่าทำไมภาพฝันที่ดูสวยงามนี้ ถึงมีโอกาสกลายเป็น ‘จดหมายเหตุแห่งความพ่ายแพ้’ เราอยู่ในระบอบที่เรียกว่า ‘จารีตผูกขาด’ ซึ่งไม่ได้คุมแค่กองทัพ แต่คุมกติกา ยันความคิดความเชื่อ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบอกเราว่า เมื่อไหร่ที่ความหวังของประชาชนเริ่มพุ่งสูงขึ้น ‘เพดาน’ ที่มองไม่เห็นจะกดทับลงมาทันที”

จุดตายที่ 1: “การประนีประนอม” คือการฆ่าตัวตายทางการเมือง? “ในทางทฤษฎีเราอยากเห็นการเปลี่ยนผ่านที่นุ่มนวล แต่ในไทย ‘การประนีประนอม’ มักจบลงที่การคงอยู่ของโครงสร้างเดิม ถ้าพรรคก้าวหน้าต้องลดเพดานเพื่อแลกกับการเป็นรัฐบาล สิ่งที่หายไปคือ ‘อำนาจในการทำลายผูกขาด’ สุดท้ายคุณจะได้เป็นรัฐบาลแค่ชื่อ แต่ฟันเฟืองลึกๆ ยังถูกคุมโดยรัฐพันลึกเหมือนเดิม”

จุดตายที่ 2: ภาวะ “พลเมืองอ่อนแรง” “เราหวังจะจัดตั้งเครือข่ายพลเมืองที่เข้มแข็ง แต่เราลืมมอง ‘ชีวิตจริง’ ของผู้คนหรือเปล่า? ในเศรษฐศาสตร์ที่รวยกระจุกแต่จนกระจาย ชาวบ้านต้องสู้เพื่อปากท้องวันต่อวัน ความเหนื่อยล้าสะสม ทำให้คนจำนวนมากพร้อมจะเลือก ‘ความสงบแบบเดิม’ ที่กินได้ มากกว่า ‘ความหวังใหม่’ ที่ต้องรอการปฏิรูปอีก 10 ปี”

จุดตายที่ 3: นิติสงครามและนิยามความมั่นคงที่ผูกขาด “รัฐจารีตไม่ได้สู้กับเราด้วยคะแนนเสียง แต่สู้ด้วย ‘ตัวบทกฎหมาย’ พวกเขาผูกขาดนิยามคำว่า ‘ความมั่นคง’ ไว้ในมือ ถ้าพลเมืองขยับรัฐก็นิยามว่าสั่นคลอน ถ้าสภากดปุ่มเปลี่ยนกฎหมาย ศาลก็สั่งเป็นโมฆะ ตราบใดที่ ‘อาวุธทางกฎหมาย’ ไม่ถูกทำให้เป็นกลาง การเมืองมวลชนจะกลายเป็นเพียงผู้เคราะห์ร้ายซ้ำซาก”

จุดตายที่ 4: ความไร้เดียงสาของการเจรจาข้ามขั้ว “เราฝันถึงการสร้างพันธมิตรเพื่อลดการแบ่งขั้ว แต่ลืมไปว่าคู่เจรจาของเราคือ ‘กลุ่มผลประโยชน์สัมปทาน’ การเจรจากับบ้านใหญ่หรือกลุ่มทุนผูกขาด ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนอุดมการณ์ แต่มันคือการ ‘แบ่งเค้ก’ ซึ่งถ้าพรรคก้าวหน้าไปร่วมแบ่งด้วย… ศรัทธามหาชนที่เคยเป็นเกราะป้องกันจะหายไปทันที”

“สรุปแล้ว อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่ ‘คะแนนเสียงไม่พอ’ แต่คือ ‘ความไม่เท่าทัน’ ในเกมที่ถูกออกแบบมาให้เราแพ้ตั้งแต่เริ่ม แผนงานที่จะสร้างพลเมืองพลวัต (Active Citizen) นั้นดีครับ แต่ต้องไม่ลืมว่าเรากำลังสู้กับคู่ต่อสู้ที่ไม่เคยเคารพกติกา การเลือกตั้ง 2569 อาจจะเป็น ‘โอกาส’ จริงๆ หรืออาจจะเป็นแค่ ‘นัดหมายการประหารชีวิตความหวัง’ ครั้งสุดท้ายก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสร้าง ‘ต้นทุนทางการเมือง’ ให้สูงพอที่รัฐพันลึกไม่กล้าแตะต้องได้ไหม”

“ผมทิ้งท้ายด้วยคำถามสำคัญครับ: ถ้าวันหนึ่งพรรคการเมืองที่คุณรัก จำเป็นต้อง ‘ทิ้งหลักการ’ เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลไปแก้ปัญหาปากท้องให้คุณ… คุณจะยังยืนเคียงข้างพวกเขาในฐานะเครือข่ายพลเมือง หรือคุณจะกลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้เขาต้องสลายตัวไปเอง? และเรา… พร้อมหรือยังที่จะเป็นพลเมืองที่ไม่ได้แค่ ‘ไปเลือกตั้ง’ แต่เป็นพลเมืองที่ ‘คุมกติกา’ ได้จริงๆ? คอมเมนต์บอกผมหน่อยครับ”