ราชการสีส้ม : เรามีเรือ มีรถ แต่เราไม่มี ‘ความกล้าหาญทางนโยบาย

“ถ้าเราลองกวาดสายตาดูรถสีส้มสะท้อนแสงที่จอดเรียงรายอยู่ในศูนย์ ปภ. ทั่วประเทศนะครับ…
ในมุมหนึ่งมันดูอุ่นใจนะ แต่มันก็น่าตั้งคำถามว่า…
ทำไมพอถึงเวลาที่วิกฤตมาถึงประตูบ้านจริงๆ สิ่งที่เราเห็นกลับไม่ใช่ประสิทธิภาพของเครื่องจักรพวกนั้น…
แต่กลายเป็นการเปิดรับบริจาค และการอาศัยแรงน้ำใจจากกู้ภัยเอกชนเป็นหลัก”

“ที่เป็นแบบนี้… ผมว่าส่วนหนึ่งมันมาจากวิธีคิดเรื่องการทำงานแบบ… ‘ออแกไนเซอร์ภัยพิบัติ’ ครับ … คือระบบราชการเราถูกออกแบบมาให้เน้น ‘การเผชิญเหตุ’ มากกว่า ‘การป้องกัน’ ลองนึกดูนะครับ… … การวางแผนป้องกันน้ำท่วมแบบเงียบๆ ล่วงหน้า 5 ปี มันไม่มีภาพโชว์นายครับ… แต่วันที่น้ำท่วมมิดหลังคา แล้วมีภาพข้าราชการลุยโคลนไปแจกถุงยังชีพ… ภาพนั้นมันได้หน้า มันได้งบฉุกเฉิน และมันสร้างความรู้สึกว่า ‘รัฐกำลังทำงาน’ ทั้งที่จริงๆ แล้ว… นั่นคือความล้มเหลวของการป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ”

“แล้วที่น่าเป็นห่วงกว่านั้น คือเรื่องของ ‘อำนาจในระบบเตือนภัย’ ครับ … ในยุคที่เรามี AI ที่พยากรณ์ล่วงหน้าได้เป็นแม่นยำระดับรายชั่วโมง แต่ระบบราชการยัง ‘หวงอำนาจ’ การตัดสินใจ… เรามีข้อมูลน่ะมีครับ แต่เราไม่กล้าปล่อยให้ระบบอัตโนมัติทำงาน เพราะต้องรอ ‘นาย’ เซ็นอนุมัติให้อพยพ…
ผลก็คือ ข้อมูลเราก้าวไปโลกอนาคต แต่โครงสร้างการสั่งการเรายังติดอยู่ที่ยุคโทรเลข… เรามีเรือ มีรถ แต่เราไม่มี ‘ความกล้าหาญทางนโยบาย’ ที่จะเชื่อระบบข้อมูลมากกว่าเชื่อลำดับชั้นบังคับบัญชา”

“บทสรุปที่เจ็บปวดก็คือ…
เรากำลังจ้างหน่วยงานระดับชาติมาเพื่อ ‘ซับน้ำตา’
หลังจากที่เราปล่อยให้ภัยมันทำลายชีวิตประชาชนไปแล้ว…
เราอยู่ในโลกที่ภัยพิบัติมันฉลาดและซับซ้อนขึ้นทุกวัน แต่ระบบราชการไทยกลับซับซ้อนยิ่งกว่าภัยเสียอีก…
ถึงเวลาหรือยังครับ ที่เราจะเลิกภูมิใจกับภาพการลุยน้ำแจกของ
แล้วหันมาสร้าง ‘ระบบป้องกันชาติ’ ที่ทำให้เราไม่ต้องมีใครเสียน้ำตาตั้งแต่แรก?”