ไม่ใช่แค่เรื่อง “อุบัติเหตุ” หรือ “ความประมาทของผู้รับเหมา” แต่มันคือ “ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง”ที่ความรับผิดชอบของนายกฯ หายไป
เมื่อชีวิตประชาชนเป็นเพียง “ตัวเลข” ในสมุดพก: นายกฯ กับเพดานความรับผิดชอบที่หายไป
อุบัติเหตุเครนถล่มซ้ำซากตั้งแต่นครราชสีมาถึงพระราม 2 ที่พรากชีวิตประชาชนไปมากมาย ไม่ใช่แค่เรื่อง “อุบัติเหตุ” หรือ “ความประมาทของผู้รับเหมา” แต่มันคือ “ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง” ที่ปลายนิ้วต้องชี้ไปที่หัวโต๊ะบริหาร นั่นคือนายกรัฐมนตรี
1. ความรับผิดชอบระดับ “หัวหน้าส่วนบริหาร”
ในรัฐที่พัฒนาแล้ว นายกรัฐมนตรีไม่ใช่แค่คนสั่งการ แต่คือ “ผู้รับประกันความปลอดภัยสาธารณะ”
เป็นความจริงที่เจ็บปวด: ที่โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้คือโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ที่ใช้ภาษีประชาชนและดำเนินการภายใต้สัญญารัฐ
เป็นตรรกะที่บิดเบี้ยว: เมื่อเกิดเหตุ นายกฯ มักจะออกมา “สั่งการ” หรือ “คาดโทษ” หน่วยงานรอง เช่น ร ฟ ท. หรือ กรมทางหลวง ราวกับว่าตนเองเป็นเพียงบุคลากรภายนอกที่เพิ่งทราบเรื่อง ทั้งที่ในทางรัฐศาสตร์ นายกฯ คือผู้กำกับดูแลนโยบายความปลอดภัยและกระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมาโดยตรง
2. นโยบาย “สมุดพกตัดแต้ม” ที่ไม่มีใครเกรงกลัว
ทำไมบริษัทเดิมๆ ที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงยังได้งานรัฐมูลค่ามหาศาล?
นี่คือสะท้อนถึงระบบ “ทุนพรรคพ้อง” ที่สายสัมพันธ์ทางการเมืองแน่นแฟ้นกว่ามาตรฐานความปลอดภัย
การที่นายกฯ บอกปัดหรือโยนความผิดให้ข้าราชการประจำ คือการยอมรับว่า “อำนาจบริหารของตนไม่มีประสิทธิภาพ” ในการกำจัดผู้รับเหมาที่ไร้คุณภาพออกไปจากระบบ
3. วัฒนธรรม “พ้นผิดลอยนวล” จากระดับบนสู่ระดับล่าง
เมื่อผู้นำประเทศแสดงออกว่า “ไม่ใช่ความผิดของผม” มันเป็นการส่งสัญญาณ ไปยังข้าราชการและเอกชนว่า “มาตรฐานความรับผิดชอบในประเทศนี้ต่ำมาก”
หากนายกฯ ไม่แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เช่น การตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบอย่างจริงจัง หรือการรับผิดชอบต่อความล้มเหลวในการกำกับดูแล ก็ยากที่จะคาดหวังให้ผู้รับเหมาเกรงกลัวต่อชีวิตคน
