เราไม่ได้อยู่ในโลกที่ต้องเลือกว่าจะ “กราบใคร”
แต่เราอยู่ในโลกที่ต้อง “ฉีดภูมิคุ้มกัน” ให้ตัวเอง
เพราะเชื้อไวรัสที่น่ากลัวที่สุดในยุคนี้
ไม่ใช่การแผ่อิทธิพลของมหาอำนาจใดโดยตรง
แต่คือ “พายุอารมณ์ทางการเมือง” ของวอชิงตัน
ที่ถูกปลุกเร้าโดยวาทศาสตร์ “America First”
เงาของ “ปฏิบัติการล่อลวง-จับกุมมาดูโร”
ไม่ใช่แค่เรื่องของเวเนซุเอลา
แต่คือการส่งสัญญาณให้ทั่วโลกฟังว่า:
“อธิปไตย = 0 ถ้าขวางทางผลประโยชน์อเมริกัน”
นึกย้อนไปปี 2568 ได้ไหม?
ทรัมป์ใช้ “ภาษี” บีบไทย-กัมพูชาให้หยุดยิง
เขาไม่ได้อยากให้เราสงบสุข
แต่กำลังบอกว่า: “ไม่ฟังเรา เงินในกระเป๋าเจ้าจะระเหย”
ในสมุดบันทึกนโยบายของทรัมป์
ไทยคือ “พันธมิตรบนกระดาษ”
แต่ในสมุดบัญชีการค้า
เราเป็น “คู่แข่งในกระเป๋าตังค์”
ตราบใดที่เรายังเกินดุลการค้า
เราคือเป้าหมาย
ส่วนกัมพูชาในสายตาสหรัฐฯ
กำลังถูกสร้างภาพใหม่:
จาก “รัฐอธิปไตย” → “พื้นที่อาชญากรรมข้ามชาติ”
เพื่อเตรียมความชอบธรรมในการเข้าแทรกแซง
ถ้ากัมพูชามีทรัพยากรมากกว่า “ท่าเรือเรียม”
มากกว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์”
ลิขิตของพนมเปญอาจเปลี่ยนไปแล้ว
ไทยในเกมนี้
จึงต้อง “เล่นกระดานหลายชั้น”
ระวังทั้งพายุจากภายนอก
และไฟจากภายใน
ปล. เรื่องขุมทรัพย์ใต้ทะเลเกาะกง…
มันอาจไม่สำคัญในสมการใหญ่
ถ้าพายุอารมณ์การเมืองยังพัดแรงกว่า

