ความล้มเหลวของถนนไทยไม่ได้เกิดจากวิศวกรคำนวณพลาด แต่เกิดจาก “จริยธรรมสีเทา” ที่ถูกส่งต่อผ่านระบบการศึกษาครับ:
1. การศึกษาที่ขาด “Safe System Thinking”
โรงเรียนไทยสอนแบบ Linear (เส้นตรง) คือ “ทำผิด = ลงโทษ” แต่โลกยุค BANI ต้องการความเข้าใจแบบ Non-linear
ความบกพร่อง: เราไม่เคยถูกสอนเรื่อง “ระบบที่ให้อภัยความผิดพลาด” เราถูกสอนแค่ว่าต้องเป็นคนดี ห้ามพลาด ถ้าพลาดคือคนเลว
ผลลัพธ์บนถนน: วิศวกรที่จบจากระบบนี้จึงออกแบบถนนที่ “ลงโทษคนพลาดด้วยความตาย” เพราะเขาเชื่อว่า “ถ้าคุณขับตามกฎ คุณก็ไม่ตาย” (ซึ่งเป็นความคิดที่งี่เ่าและอันตรายมาก)
2. โรงเรียนสีเทา: แหล่งบ่มเพาะสแกมเมอร์
เทคนิคที่รัฐใช้หลอกประชาชน คือเทคนิคเดียวกับที่ผู้บริหารโรงเรียนบางแห่งใช้:
ทาสีรั้วโรงเรียนใหม่ จัดบอร์ดนิทรรศการสวยๆ เมื่อมีคำสั่งตรวจราชการ (เหมือน ศปถ. ตั้งเต๊นต์ช่วงเทศกาล) แต่ห้องน้ำนักเรียนพัง ฝ้าเพดานถล่ม
การปั่นคะแนน O-NET หรือผลการเรียนให้ดูสูงเกินจริง เพื่อรักษาชื่อเสียงโรงเรียน (เหมือนการแต่งหน้าศพสถิติอุบัติเหตุ)
การใช้อำนาจกดขี่เสรีภาพนักเรียน เพื่อให้จัดการง่าย ไม่ใช่เพื่อพัฒนา
3. นิเวศทางถนนที่สะท้อน “ความรู้ที่บิดเบี้ยว”
ถนนสีเทาคือ “ข้อสอบปรนัยที่ครูเฉลยผิด”
เราเห็นทางม้าลายที่ไปสิ้นสุดที่คูน้ำ, เห็นป้ายจราจรที่ถูกต้นไม้บัง, เห็นรถบัส 8 ล้อดัดแปลงที่วิ่งได้เพราะ “เงินทอน”
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะคนที่จบไปเป็นเจ้าหน้าที่ขนส่ง เจ้าหน้าที่ ปภ. หรือตำรวจ ถูกสอนมาว่า “ระเบียบมีไว้คุมคนเล็กคนน้อย แต่ผลประโยชน์มีไว้ให้คนใหญ่คนโต”

