ย้อนกลับไปเกือบ 100 ปีที่แล้ว ในรั้วพระราชวังพญาไท มี “เมืองจำลอง” ขนาดเล็กที่ชื่อว่า “ดุสิตธานี” ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง หลายคนถูกสอนมาว่านี่คือ “โรงเรียนฝึกประชาธิปไตย” แห่งแรกของไทย… แต่ความจริงทางประวัติศาสตร์กลับกระซิบเล่าอีกเรื่องหนึ่งที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
1. เมืองตุ๊กตาที่วิจิตร… แต่ “ไม่จริง”
ในขณะที่รัชกาลที่ 6 ทรงสนุกกับการจำลองสถาปัตยกรรมยุโรป เปิดรับสมัคร “นคราภิบาล” และจัดการเลือกตั้ง ข้าราชการรอบข้างกลับมองว่านี่คือการ “เล่นเมืองตุ๊กตา” ของพระเจ้าอยู่หัว แม้จะเป็นการเล่นที่ประณีตที่สุดในโลก แต่คำถามที่สำคัญคือ: ประชาธิปไตยจะเป็นจริงได้ไหม? ถ้า “สนามเด็กเล่น” นั้นตั้งอยู่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
2. กับดักของความสัมพันธ์เชิงอำนาจ
ตามที่ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ปรมาจารย์ด้านประวัติศาสตร์เคยชี้เป้าไว้: ดุสิตธานีล้มเหลวไม่ใช่เพราะตึกมันเล็กจนคนอยู่ไม่ได้ แต่ล้มเหลวเพราะ “ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่อยู่ข้างใน มันหนีไม่พ้นอำนาจจากข้างนอก”
-
ในดุสิตธานี: ทุกคนคือ “ราษฎร” ที่เท่าเทียม
-
แต่ในโลกจริง: “เอดิเตอร์หนังสือพิมพ์” คือพระเจ้าแผ่นดิน และ “นคราภิบาล” คือเจ้าพระยายมราช
ลองจินตนาการดูครับ… คุณจะกล้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของเมืองตุ๊กตาได้อย่างอิสระไหม? ในเมื่อคนที่นั่งหัวโต๊ะคือคนเดียวกับที่กุมชะตาชีวิตและยศถาบรรดาศักดิ์ของคุณในโลกความเป็นจริง?
3. ประชาธิปไตยแบบ “จัดฉาก” (The Performed Democracy)
ดุสิตธานีจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ประชาธิปไตยถูกทำให้เป็นเพียง “การแสดง” (Performance) ข้าราชบริพารร่วมเล่นไปตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย เป็นละครโรงใหญ่ที่ฉายภาพโลกตะวันตก แต่รากเหง้าของอำนาจยังคงเดิม นี่คือบทเรียนที่เจ็บแสบว่า: ประชาธิปไตยที่ถูกประทานลงมา “จากข้างบน” โดยไม่มีฐานของความเท่าเทียมใน “ความเป็นจริง” สุดท้ายมันก็เป็นได้แค่ของเล่นประดับบารมี
4. สะท้อนกลับมาที่ปัจจุบัน: เรายังเล่น “เมืองตุ๊กตา” อยู่ไหม?
ประวัติศาสตร์เรื่องดุสิตธานีทิ้งคำถามสำคัญให้คนไทยในปี 2026:
-
สภาที่เราเห็นวันนี้… คือสนามรบของประชาชนจริงๆ หรือเป็นแค่ “เมืองตุ๊กตา” ที่ผู้มีอำนาจสร้างไว้ให้เราเล่นตามเกม?
-
เรากำลังเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยจริงๆ หรือเราแค่กำลังรับบทบาทใน “พิธีกรรม” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจเดิม?

