เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2568 พลอากาศเอก.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
เปิดเผยถึงบทเรียนสำคัญจากการทำหน้าที่สื่อสารในภาวะวิกฤต
โดยระบุว่า หัวใจของการสื่อสารในสถานการณ์อ่อนไหวคือการยึด “ข้อเท็จจริงและหลักฐาน” เป็นศูนย์กลาง สื่อสารอย่างชัดเจน สม่ำเสมอ และตรวจสอบได้
พร้อมหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์หรือถ้อยคำยั่วยุ ซึ่งอาจซ้ำเติมสถานการณ์และลดความน่าเชื่อถือของรัฐ
ข่าวการสื่อสารภาวะวิกฤตของศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ครั้งนี้ หากอ่านลึกๆ เราจะเห็นกลิ่นอายของ “ความล้าหลังที่พยายามแต่งตัวใหม่”
นี่คือแนวคิดยุคสงครามเย็นที่เชื่อว่ารัฐสามารถ “ผูกขาดความจริง” ได้เพียงผู้เดียในภาวะวิกฤต ประชาชนต้องการ “ความเห็นอกเห็นใจ” (Empathy) และ “การโต้ตอบที่ยืดหยุ่น” ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ตอบตาม Q&A มาตรฐาน
“สุภาพแต่สั่งการ” คือระเบียบเก่าที่ทาสีใหม่
รัฐยังคิดว่าความจริงมีชุดเดียว และต้องออกจากส่วนกลางเท่านั้น
ประชาชนถูกปฏิบัติราวกับนักเรียนที่ต้องฟัง ห้ามเถียง
ความนิ่งถูกยกเป็นความเป็นมืออาชีพ เพื่อไม่ต้องรับผิดชอบ
ความช้าถูกอ้างว่าถูกต้อง ทั้งที่โลกวิ่งไปไกลแล้ว
นี่ไม่ใช่การสื่อสาร — แต่มันคือ ครูฝ่ายปกครองในคราบรัฐสมัยใหม่

