หากเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มีการวางกลไก “ล็อค” อำนาจในระดับโครงสร้าง
1. การผูกขาดในโครงสร้างอำนาจทางการเมือง ระบบเลือกตั้งแบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” ที่ทำให้ พรรคการเมืองอ่อนแอ เกิดรัฐบาลผสมหลายพรรค ซึ่งเอื้อต่อการควบคุมโดยกลุ่มอำนาจเดิม
2.การใช้ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” เป็นเครื่องมือจำกัดคู่แข่งทางการเมือง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มข้าราชการและบิ๊กธุรกิจเดิม) มีอำนาจชี้ขาดว่าโครงการนั้น “สอดคล้องจริงหรือไม่”
ถ้าคุณเป็นรัฐบาลที่กลุ่มอำนาจเดิมไม่ชอบ ต่อให้คุณเขียนโครงการให้ดียังไง เขาก็สามารถตีความว่า “ผิดขั้นตอน” หรือ “ไม่คุ้มค่าตามเป้าหมายยุทธศาสตร์” เพื่อส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญจัดการได้ นี่คือการผูกขาดการกำหนดอนาคตประเทศไว้ในมือคนไม่กี่คน
3.โครงสร้างงบประมาณที่ถูก “ล็อค” ไว้กับกลุ่มทุนเดิม โครงการขนาดใหญ่ ที่เอื้อต่อทุนผูกขาด มักถูกเขียนฝังไว้ในแผนแม่บท 20 ปี รัฐบาลใหม่ที่อยากเอาเงินไปทำ “สวัสดิการถ้วนหน้า” หรือ “อัดฉีด SME” จะทำได้ยาก เพราะงบส่วนใหญ่ถูกจองไว้แล้วโดยโครงการที่อ้างว่า “ทำตามยุทธศาสตร์ชาติ” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่กลุ่มทุนใหญ่ได้ประโยชน์
4.ที่มาของ “ผู้คุมกฎ” (องค์กรอิสระ) ที่เปลี่ยนไป
จุดนี้คือความต่างที่ชัดเจนที่สุดเมื่อเทียบกับปี 40:
รัฐธรรมนูญปี 40: องค์กรอิสระมีไว้ “ตรวจสอบทุจริต” เพื่อให้เงินภาษีถึงมือประชาชน
รัฐธรรมนูญปี 60: องค์กรอิสระถูกใช้เป็น “ผู้คุมจริยธรรมและนโยบาย” โดยมีที่มาจาก สว. ชุดเดิม
ถ้าโครงการของคุณไปกระทบผลประโยชน์ของ “กลุ่มอำนาจ” หรือ “กลุ่มทุน” ที่หนุนหลังโครงสร้างนี้อยู่ คุณอาจถูกตรวจสอบด้วยข้อหาที่กว้างมาก เช่น “ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ซึ่งเป็นโทษถึงขั้นประหารชีวิตทางการเมือง
เพราะฉะนั้น ในการลงประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คุณจะแก้ไขหรือไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ คุณคิดอย่างไรคอมเมนต์ให้ทราบด้วย

