เหลียวมองทะลุสงครามอเมริกากับอิหร่าน

สงครามมันเริ่มจากฮามาสไปฆ่าคนไม่รู้เรื่องก่อน
ทีนี้อิหร่านไปช่วยฮามาสถล่มอิสราเอล
อเมริกาเลยไปช่วยอิสราเอล
อิหร่านปราบผู้ประท้วง ตายกันเป็นหมื่น
อเมริกาเลยมีข้ออ้างช่วยอิสราเอลเต็มที่
อิสราเอลเก็บผู้นำอิหร่านเกลี้ยง
อิหร่านเลยถล่มทุกประเทศที่มีฐานทัพอเมริกาตั้งอยู่
จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ บอกตัวใครตัวมันชักบานปลาย

… เรื่อง​ทั้งหลาย​ทั้งปวง ที่เกี่ยวข้อง​กับ อเมริกา
จริงๆ​แล้ว อเมริกา​ก็มีผู้นำเลวๆที่ คนพลเมือง
อเมริกา​บางกลุ่ม​ก็ยังไม่เอาด้วยเช่นกัน
..เช่น กลุ่มคนอเมริกา​ ที่เรียกร้อง​ให้บุตร​ชาย
ของ ประธานาธิบดี​ โดนัลด์​ ทรัมส์ ให้
ไปร่วมรบด้วย…

ไทยเรา ไม่เชียร์ใครดีที่สุด ยิ่งรบกันยิ่งหากินกันลำบากขึ้น น้ำมันขึ้นเอาขึ้นเอาแล้วตอนนี้ สินค้าต่างๆก็เตรียมขึ้นราคาตามราคาน้ำมัน ขึ้นแล้วมันก็ไม่ลงเสียด้วยนะ
นักการเมืองดีๆ เยอะเสียด้วย ข้าวของแพงคงยิ่งคอรัปชั่นกันมากกว่าเดิมหล่ะทีนี้

การเริ่มต้นจากกลุ่มฮามาส (ตุลาคม 2023) นำไปสู่การขยายวงกว้าง จนถึงการปะทะโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านในปี 2026 เป็นพลวัตของ “แรงปฏิกิริยา” ที่เป็นจริงในทางฟิสิกส์การเมือง

น้ำมันขึ้นแล้วไม่ลง คือ “ความหนืดทางเศรษฐกิจ” (Price Stickiness) เมื่อโครงสร้างต้นทุนเปลี่ยน (Cost-Push Inflation) นักการเมืองและกลุ่มจารีตจะใช้โอกาสนี้ “รีด” ส่วนต่างผ่านภาษีหรือค่าการตลาด ซึ่งเป็นความจริงที่ประชาชนแบกรับ

แม้น้ำมันแพงส่วนหนึ่งมาจากสงคราม แต่อีกส่วนใหญ่มาจาก “การบริหารจัดการค่าเช่าทางเศรษฐกิจ” ของกลุ่มจารีตไทยเอง ที่ใช้สถานการณ์สงครามเป็นข้ออ้างในการไม่ปรับลดโครงสร้างภาษีหรือกองทุนน้ำมัน เพื่อรักษา “กำไร” ของกลุ่มทุนพลังงานที่ใกล้ชิด

สหรัฐฯ ไม่ใช่พระเอกสีขาวบริสุทธิ์ การประท้วงภายในอเมริกาและการเรียกร้องให้ลูกหลานนักการเมืองไปรบ คือภาพสะท้อนของ “มนุษยวิทยาแห่งความเท่าเทียม” ที่คนอเมริกันเองก็กังขาในความชอบธรรมของรัฐบาลตนเอง

ในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง การ “ไม่เลือกข้าง” อาจดูเหมือนฉลาด แต่ในความเป็นจริง ไทยมีพันธสัญญาความมั่นคงกับสหรัฐฯ และมี ความผูกพันทางเทคโนโลยีกับจีน การนิ่งเฉยโดยไม่เตรียมยุทธศาสตร์รับมือคือ “สภาวะจำยอม” มากกว่าการวางตัวเป็นกลาง ยิ่งเรานิ่ง กลุ่มจารีตยิ่ง “รีด” เราง่ายขึ้นเพราะไม่มีอำนาจต่อรองในระดับสากล

“สลิ่มไทย” กับการอวยผู้นำกดขี่
เหตุผลที่สลิ่มไทยเชียร์ผู้นำอย่างอิหร่านหรือรัสเซีย ไม่ใช่เพราะเขารักประชาชนประเทศนั้น แต่เป็นเพราะเขารัก “ระเบียบอำนาจนิยม”

เขารู้สึกปลอดภัยกับสังคมที่มี “คนคุม” ที่เด็ดขาด

เขาเกลียดอเมริกาเพราะอเมริกาเป็นสัญลักษณ์ของ “การตั้งคำถาม” และ “เสรีภาพ” ซึ่งไปสั่นคลอน Soft Power แบบอุปถัมภ์ ของจารีตไทย