การวิพากษ์โครงสร้างราคาพลังงานไทยในมิติเศรษฐศาสตร์การเมือง
Singapore Model = ภาพลวงของการแข่งขัน: การวิพากษ์โครงสร้างราคาพลังงานไทยในมิติเศรษฐศาสตร์การเมือง
ดร.วัฒกานต์ ลาภสาร
นักวิชาการอิสระ
dr.wattakan@gmail.com
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลไกการกำหนดราคาน้ำมันในประเทศไทยที่อ้างอิงกับ Singapore benchmark โดยใช้กรอบแนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมืองร่วมกับทฤษฎีตลาดแข่งขันได้ (contestable market theory) ในการประเมินความสอดคล้องระหว่างโครงสร้างตลาดภายในประเทศกับหลักการของราคาที่สะท้อนการแข่งขันอย่างแท้จริง ผลการศึกษาพบว่า แม้ Singapore benchmark จะเป็นราคาอ้างอิงในระดับภูมิภาคที่สะท้อนพลวัตอุปสงค์-อุปทานโดยรวม แต่โครงสร้างตลาดน้ำมันสำเร็จรูปของไทยมีลักษณะกระจุกตัวสูง (high concentration) พร้อมอุปสรรคเชิงโครงสร้างและกฎระเบียบที่จำกัดการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการรายใหม่ สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิด “ภาพลวงของการแข่งขัน” (illusion of competition) ซึ่งราคาขายปลีกภายในประเทศถูกกำหนดผ่านกลไกต้นทุนบวกส่วนเพิ่ม (cost-plus pricing) โดยปราศจากแรงกดดันจากการแข่งขันที่แท้จริง งานชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้ benchmark จากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคได้ หากไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างตลาดและเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการกำหนดราคา
คำสำคัญ: Singapore benchmark, ภาพลวงของการแข่งขัน, โครงสร้างราคาพลังงาน, เศรษฐศาสตร์การเมือง, ตลาดแข่งขันได้
1. บทนำ
นับตั้งแต่การเปิดเสรีตลาดน้ำมันในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 กลไกการกำหนดราคาน้ำมันขายปลีกได้เปลี่ยนจากการอุดหนุนโดยรัฐมาเป็นการอ้างอิงตามกลไกตลาด โดยใช้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ (Mean of Platts Singapore: MOPS) เป็นตัวตั้งต้นในการคำนวณราคา หลักการที่รัฐบาลนำเสนอคือการให้ผู้บริโภคจ่ายราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและส่งเสริมการแข่งขันในตลาด อย่างไรก็ตาม เกือบสองทศวรรษผ่านไป ประเทศไทยกลับพบกับภาวะราคาน้ำมันขายปลีกที่ผันผวนตามตลาดโลก แต่โครงสร้างตลาดภายในยังคงกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มธุรกิจน้ำมันรายใหญ่ไม่กี่ราย ส่งผลให้เกิดคำถามสำคัญว่า “การอ้างอิงราคาตาม Singapore benchmark สะท้อนการแข่งขันอย่างแท้จริงหรือเป็นเพียงภาพลวงทางการแข่งขัน”
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิพากษ์โครงสร้างราคาพลังงานไทยในมิติเศรษฐศาสตร์การเมือง โดยมุ่งตอบคำถามหลักสองประการ ได้แก่ 1) โครงสร้างตลาดน้ำมันไทยเอื้อต่อการแข่งขันอย่างแท้จริงหรือไม่ และ 2) กลไกการกำหนดราคาที่ใช้ Singapore benchmark สอดคล้องกับหลักการของตลาดแข่งขันได้ (contestable market) เพียงใด
2. กรอบแนวคิดและทฤษฎี
การศึกษานี้ใช้กรอบแนวคิดสองประการเป็นหลัก ได้แก่ ทฤษฎีตลาดแข่งขันได้ (contestable market theory) ของ Baumol et al. (1982) ซึ่งชี้ว่าการมีผู้ประกอบการรายใหม่ที่สามารถเข้า-ออกตลาดได้โดยไม่มีต้นทุนจม (sunk cost) เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ตลาดเกิดแรงกดดันด้านราคา แม้จะมีผู้ขายน้อยรายก็ตาม และมิติเศรษฐศาสตร์การเมือง (political economy) ตามแนวคิดของ Haggard & Kaufman (2008) ที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างอำนาจของกลุ่มทุน ผลประโยชน์ทับซ้อน และบทบาทของรัฐในการกำกับดูแลตลาด
3. ผลการวิเคราะห์
3.1 โครงสร้างตลาดน้ำมันไทย: การกระจุกตัวและอุปสรรคต่อการเข้าสู่ตลาด
จากการวิเคราะห์โครงสร้างตลาดน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทย พบว่าธุรกิจน้ำมันมีการกระจุกตัวในระดับสูง โดยดัชนี Herfindahl-Hirschman Index (HHI) ในกลุ่มธุรกิจค้าน้ำมันอยู่ในช่วง 2,200–2,800 ซึ่งจัดเป็นตลาดที่มีการกระจุกตัวสูง (highly concentrated) ตามเกณฑ์ของ Federal Trade Commission (FTC) ผู้ประกอบการรายใหญ่ 4 ราย (บางจาก, ไทยออยล์, เชฟรอน, พีทีที) ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 80 ทั้งในส่วนของการกลั่นและการค้าปลีก
อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดมีทั้งเชิงโครงสร้าง เช่น ต้นทุนการก่อสร้างสถานีบริการสูง ข้อจำกัดด้านผังเมือง และการผูกขาดโครงสร้างพื้นฐานท่อส่งน้ำมัน รวมถึงอุปสรรคเชิงกฎระเบียบ เช่น การขอใบอนุญาตประกอบกิจการค้าน้ำมันที่ต้องใช้ระยะเวลาและต้นทุนในการปฏิบัติตามสูง
3.2 ภาพลวงของการแข่งขัน: เมื่อ benchmark ไม่ได้สร้างแรงกดดัน
แม้ Singapore benchmark (MOPS) จะเป็นราคาที่เกิดจากการซื้อขายในตลาดภูมิภาคที่มีสภาพคล่องสูง แต่กลไกการส่งผ่านราคาเข้าสู่ประเทศไทยไม่ใช่การประมูลหรือซื้อขายแข่งขันโดยตรงระหว่างผู้นำเข้ากลุ่มใหญ่ จากการศึกษาพบว่าผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ใช้ MOPS เป็นฐานต้นทุน แล้วบวกด้วยค่าการตลาด (marketing margin) ที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่ผ่านกลไกประมูลหรือการแข่งขันทางราคาที่ชัดเจน
ลักษณะดังกล่าวทำให้เกิด “ภาพลวงของการแข่งขัน” (illusion of competition) กล่าวคือ ภายนอกดูเหมือนว่าผู้บริโภคได้ประโยชน์จากราคาตลาดโลก แต่ภายในประเทศไม่มีแรงกดดันเชิงแข่งขันที่เพียงพอให้ผู้ประกอบการลดส่วนเพิ่มทางการตลาดลง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนสองต่อ คือทั้งต้นทุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น และส่วนเพิ่มทางการตลาดที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง
3.3 มิติเศรษฐศาสตร์การเมือง: ความท้าทายเชิงโครงสร้างอำนาจ
จากมิติเศรษฐศาสตร์การเมือง พบว่าการคงไว้ซึ่งระบบการกำหนดราคาแบบ “ต้นทุนบวกส่วนเพิ่ม” ภายใต้ Singapore benchmark สอดคล้องกับผลประโยชน์ของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่สามารถรักษาอัตรากำไรทางการตลาดได้โดยไม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันจริง ขณะที่รัฐซึ่งมีบทบาทเป็นผู้กำกับดูแลกลับมีข้อจำกัดในเชิงนโยบาย เนื่องจากโครงสร้างการกำกับดูแล (กบง.) มีผู้แทนจากกลุ่มผู้ประกอบการน้ำมันเข้าร่วมในกระบวนการตัดสินใจด้านราคาและโครงสร้างค่าการตลาด ส่งผลให้เกิด “การจับยึดเชิงนโยบาย” (policy capture) ที่ทำให้การปฏิรูปตลาดเป็นไปได้ยาก
4. สรุปและข้อเสนอแนะ
บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า การใช้ Singapore benchmark เป็นฐานในการกำหนดราคาน้ำมันของประเทศไทย ไม่สามารถสร้างการแข่งขันอย่างแท้จริงได้ ตราบใดที่โครงสร้างตลาดภายในยังคงกระจุกตัวและมีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสูง ผู้บริโภคจึงตกอยู่ในภาวะที่ต้องรับภาระต้นทุนโดยไม่มีทางเลือกที่แท้จริง ข้อเสนอเชิงนโยบายมีดังนี้
-
การแยกโครงสร้างพื้นฐาน ควรแยกกิจการระบบท่อส่งน้ำมันและคลังน้ำมันออกจากธุรกิจค้าน้ำมันเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานได้ในต้นทุนที่เป็นธรรม (third-party access)
-
การกำหนดค่าการตลาดโดยวิธีประมูล ควรปรับระบบจากเดิมที่ใช้ต้นทุนบวกส่วนเพิ่ม (cost-plus) มาเป็นการกำหนดค่าการตลาดผ่านการประมูลสิทธิ์ในการจำหน่ายน้ำมันในแต่ละภูมิภาค
-
การปฏิรูปคณะกรรมการกำกับดูแล ควรลดบทบาทของผู้แทนกลุ่มผู้ประกอบการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กบง.) และเพิ่มสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิอิสระและตัวแทนผู้บริโภค
-
การเพิ่มความโปร่งใสของข้อมูล ควรมีการเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างต้นทุนและค่าการตลาดของแต่ละผู้ประกอบการต่อสาธารณะในรูปแบบ real-time หรือรายสัปดาห์
เอกสารอ้างอิง
Baumol, W. J., Panzar, J. C., & Willig, R. D. (1982). Contestable markets and the theory of industry structure. Harcourt Brace Jovanovich.
Haggard, S., & Kaufman, R. R. (2008). Development, democracy, and welfare states: Latin America, East Asia, and Eastern Europe. Princeton University Press.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน. (2566). รายงานโครงสร้างตลาดน้ำมันสำเร็จรูปไทย ปี 2565. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน.
Baumol, W. J., & Lee, K. S. (1991). Contestable markets, trade, and development. The World Bank Research Observer, 6(1), 1–17.
กิตติกรรมประกาศ
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “เศรษฐศาสตร์การเมืองของโครงสร้างราคาพลังงานไทย” ได้รับทุนสนับสนุนจาก………………… ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิที่ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงบทความ
รูปแบบการอ้างอิง:
วงศ์พิพัฒน์ชัย, ช. (2567). Singapore Model = ภาพลวงของการแข่งขัน: การวิพากษ์โครงสร้างราคาพลังงานไทยในมิติเศรษฐศาสตร์การเมือง. วารสารเศรษฐศาสตร์การเมืองและกำกับดูแล, *12*(2), 45–62.
