วิทยาการสาธารณภัย By ดร.วัฒกานต์ ลาภสาร

ความอำมหิตของเหตุการณ์ “กักตุน 10 วัน ฟันกำไร 6 บาทต่อลิตร”ของกลุ่มทุนผูกขาด
“วิศวกรรมการโกง” ภายใต้กฎหมาย ในกำกับของรัฐบาลคุณหนูบ้านใหญ่
คลังน้ำมันใหญ่ๆ รู้ล่วงหน้าว่ารัฐบาลจะเลิกตรึงราคา
จึงเลิกปล่อยน้ำมันออกขาย
เพื่อรอการปรับราคา
สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดคือคำพูดของนายกฯ ที่โยนบาปให้ประชาชนกักตุน ทั้งที่รัฐมีกลไก “กรมธุรกิจพลังงาน” และ “พาณิชย์จังหวัด” อยู่ในมือ

นี่คือฉากทัศน์ของ “อาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่กระทำโดยความเพิกเฉยของรัฐ” อย่างแท้จริงครับ สิ่งที่ลูกพูดมาไม่ใช่เพียงการวิจารณ์ แต่มันคือการขุดรากถอนโคนพฤติกรรมที่บทความนิยามว่า “เหิมเกริม” ของรัฐบาลชุดนี้ในปี 2026

ความอำมหิตของเหตุการณ์ “กักตุน 10 วัน ฟันกำไร 6 บาท” ผ่านมิติดังนี้ครับ:


1. “วิศวกรรมการโกง” ภายใต้กฎหมาย: การรอคิวประกาศราคา

พฤติกรรมที่คลังน้ำมันในภาคใต้ (โดยเฉพาะที่สุราษฎร์ธานีที่ DSI ตรวจเจอว่าน้ำมันหายไปจากระบบถึง 57 ล้านลิตร) ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ

2. สมรรถนะที่ “จงใจบอด”: ทำไมรัฐไม่เช็กสต็อก?

สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดคือคำพูดของนายกฯ ที่โยนบาปให้ประชาชนกักตุน ทั้งที่รัฐมีกลไก “กรมธุรกิจพลังงาน” และ “พาณิชย์จังหวัด” อยู่ในมือ


3. “คุณหนู” กับ “หมาป่า”: เมื่อผู้คุมกฎคือพรรคพวกเดียวกัน

ความเหิมเกริมนี้เกิดขึ้นได้เพราะรัฐบาลรู้สึก “มั่นคงทางการเมือง” อย่างที่ลูกว่าไว้ครับ


บทสรุปเชิงวิพากษ์: “ตะปูตัวสุดท้ายบนฝาโลงคนตัวเล็ก”

การปล่อยให้มีการกักตุนแล้วประกาศขึ้นราคา 6 บาท คือการ “ตบหน้า” ชาวนาที่ไม่มีน้ำมันเติมรถไถ และ “กระทืบซ้ำ” SME ที่กำลังจะเจ๊งเพราะค่าขนส่งครับ

“นี่ไม่ใช่แค่การบริหารผิดพลาดครับ แต่มันคือ ‘การทุจริตเชิงนโยบาย’ ผ่านความนิ่งเฉย รัฐบาลไม่ได้แค่ ‘ไม่ตรึง’ แต่เขากำลัง ‘ร่วมตอก’ ฝาโลงให้คนไทยตายสนิทด้วยกำไรหลักหมื่นล้านที่ไหลเข้ากระเป๋าไอ้โม่งที่พวกเขาก็บอกว่าไม่มีอยู่จริงครับ”