วิทยาการสาธารณภัย By ดร.วัฒกานต์ ลาภสาร

ทุกวันนี้ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานไปนานแล้ว หากเป็นเมืองนอก รัฐบาลจะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ สั่งการเด็ดขาดบางเรื่อง เพื่อบรรเทาปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งงบประมาณและบุคคล แต่รัฐบาลคุณหนูบ่้านใหญ่ไม่กล้ากระทั่งประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ด้วยเหตุผลแสนตื้นเขินคือกลัวนักท่องเที่ยวหาย แต่ไม่ห่วงสุขภาพของประชาชนที่สูดดมทุกลมหายใจ ประชาชนทางเหนือแทบจะพึ่งอะไรรัฐบาลคุณหนูบ่้านใหญ่ไม่ได้เลย ต้องหาทางป้องกันตัวเองจากควันพิษทุกวัน ทุกวันนี้รัฐบาลคุณหนูบ่้านใหญ่ยังวิเคราะห์ปัญหามลพิษแบบไม่ซีเรียส มีความเชื่อว่าเป็นภาวะชั่วคราว รอให้ฝนตก ไม่มีมาตรการระยะสั้นหรือระยะยาวออกมาเลย  เราไม่ได้ต้องการอากาศบริสุทธิ์สดชื่นอะไรมากมาย ขอเพียงอากาศดีพอจะไม่ทำให้เราป่วยตายระยะยาว และเราไม่อยากตายอย่างโง่ ๆ นะครับ รัฐบาลคุณหนูบ่้านใหญ่

เมื่อเราวิเคราะห์พฤติกรรมการเพิกเฉยและการตัดสินใจของ “รัฐบาลบ้านใหญ่” หรือโครงสร้างอำนาจส่วนกลางในปัจจุบัน เราจะเห็นความเชื่อมโยงกับแนวคิดนิเวศวิทยาอาณานิคมใน 3 มิติ ดังนี้

1. ลำดับชั้นความสำคัญของชีวิต (Hierarchies of Human Value)

หัวใจของระบอบอาณานิคมคือการแบ่งเกรดคุณค่าความเป็นมนุษย์ เจ้าอาณานิคมจะมองว่าชีวิตและผลประโยชน์ของคนในศูนย์กลางอำนาจ (Metropole) มีค่าสูงกว่าชีวิตของคนในดินแดนอาณานิคม (Periphery)

2. วาทกรรม “สภาวะชั่วคราวและภัยธรรมชาติ” (Naturalizing the Political Disaster)

ระบอบอาณานิคมมักใช้ความเชื่อหรือความรู้แบบเหมาเข่งเพื่อลดทอนความรุนแรงของปัญหาและปัดความรับผิดชอบ

3. การส่งออกมลพิษและการรวมศูนย์ผลประโยชน์ (Ecological Sacrifice Zone)

พื้นที่ภาคเหนือและลุ่มน้ำข้ามพรมแดนในปัจจุบัน กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “พื้นที่เสียสละทางนิเวศ” (Sacrifice Zone) ตามกลไกนิเวศวิทยาอาณานิคม