ปรากฏการณ์ “นิติเทคนิค”ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจำกัดสิทธิเสรีภาพและปิดปากประชาชน
เมื่อผู้สมัคร สว.ที่แพ้กลุ่ม สว.สีน้ำเงิน รวมตัวกันฟ้อง กกต.ว่าล่าช้าในการตรวจสอบการฮั้ว สว.
คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 69 ยกฟ้อง กกต. พะน่ะ โดยอ้างอ้างพวกขี้แพ้ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีสิทธิฟ้องพะน่ะ
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ “นิติเทคนิค”ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจำกัดสิทธิเสรีภาพและปิดปากประชาชน
พฤติการณ์นรกที่ผูกขาด “ความเสียหาย” ไว้ที่รัฐ ตรรกะนรกของศาล มองว่าถ้าเจ้าหน้าที่รัฐทำผิด รัฐคือผู้เสียหาย ประชาชนไม่ใช่ พะน่ะ
พฤติการณ์นรกที่ใช้ “เทคนิควิธี” เหนือ “ความยุติธรรม” การที่ศาลเลือกยกฟ้องด้วยเหตุผลเรื่อง “อำนาจฟ้อง” แทนที่จะเข้าไปดู “เนื้อหาคดี” ว่ามีการฮั้วจริงหรือไม่ คือการใช้กฎหมายเพื่อ “เลี่ยง” การเผชิญหน้ากับความจริงที่น่าอึดอัดใจ หากศาลรับฟ้องและไต่สวน แล้วพบว่ามีการฮั้วจริง ผลกระทบจะมหาศาลต่อสถานะของ สว. ทั้งสภา การตัดตอนว่า “ไม่มีอำนาจฟ้อง” จึงเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดในทางเทคนิค แต่มันคือการ “ฆาตกรรมความเชื่อมั่น” ของประชาชนที่มีต่อระบบยุติธรรม
พฤติการณ์นรกที่เคารพ “บุญคุณ” และ “ที่มา” ของอำนาจตนเองว่าใครให้มา รัฐธรรมนูญ 2560 ดีไซน์ให้ ส.ว. เป็นผู้คัดเลือกคนเข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง สว.เลือกประธานศาลฎีกา ประธานศาลฎีกาเลือกคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเลือคนนั้่งในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
