มาตรฐานความปลอดภัยระหว่างอาคารที่เป็นร้านอาหารกึ่งผับ กับสถานบริการแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ในทางกฎหมายควบคุมอาคาร มาตรฐานความปลอดภัยระหว่างอาคารที่เป็นร้านอาหารกึ่งผับ กับสถานบริการแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตในเหตุไฟไหม้ร้านอาหารกึ่งผับเช่นโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวสูงกว่าปกติมาก

  • ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ถ้าเป็นร้านอาหารกึ่งผับ ไม่ถูกบังคับ หากเป็นอาคารชั้นเดียวหรือพื้นที่ขนาดเล็ก (โรงเบียร์ลาดพร้าวเป็นอาคารชั้นเดียว 164 ตร.ม. จึงไม่มีระบบสปริงเกอร์) ถ้าเป็นสถานบริการ จะบังคับติดตั้ง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่อาคาร ไม่ว่าจะขนาดเท่าใด
  • ทางหนีไฟและป้ายเตือน ถ้าเป็นร้านอาหารกึ่งผับ มีข้อกำหนดพื้นฐานเรื่องประตูทางออก แต่ไม่มีการบังคับเรื่องป้ายไฟฉุกเฉินสำรองหรือระบบอพยพที่ซับซ้อน ถ้าเป็นสถานบริการ จะเข้มงวดสูงมาก: ต้องมีประตูทางหนีไฟอย่างน้อย 2-4 จุด (ขึ้นกับจำนวนคน), ประตูต้องเปิดออกสู่ภายนอกด้วยอุปกรณ์ผลัก และมีไฟส่องสว่างสำรองฉุกเฉินระบุทางหนีไฟชัดเจน
  • วัสดุตกแต่งภายใน ถ้าเป็นร้านอาหารกึ่งผับ ใช้ไม้ โฟมซับเสียง หรือวัสดุติดไฟง่ายได้ โดยไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติการลามไฟอย่างเข้มงวด ถ้าเป็นสถานบริการ บังคับใช้วัสดุไม่ลามไฟ สำหรับผนัง ฝ้าเพดาน และวัสดุซับเสียง เพื่อป้องกันการเกิดควันพิษหนาแน่นอย่างรวดเร็ว
  • การคำนวณความหนาแน่นคน ถ้าเป็นร้านอาหารกึ่งผับ คำนวณแบบร้านอาหารทั่วไป (จัดวางโต๊ะเก้าอี้หลวมๆ) ถ้าเป็นสถานบริการ คำนวณอัตราส่วนพื้นที่ต่อจำนวนคนอย่างเข้มงวด (เช่น 1 คนต่อ 1 ตารางเมตร) เพื่อป้องกันการเบียดเสียดจนเหยียบกันตาย

บทเรียนราคาแพง: กรณีโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว หลังคาเมทัลชีต ตกแต่งภายในด้วยวัสดุซับเสียงที่ติดไฟง่าย เมื่อเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน ไฟจึงลามอย่างรวดเร็ว ประกอบกับไม่มีสปริงเกอร์ และประตูทางออกหลักมีสิ่งกีดขวาง ทำให้ผู้คนสำลักควันพิษและติดอยู่ภายในจนเกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว