การตัดไม้ทำลายป่า

ข้อมูลจาก Scientific American ระบุว่าการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เพื่อปลูกพืชเลี้ยงอุตสาหกรรมปศุสัตว์ และการกระทำดังกล่าวทำให้เพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ในบรรยากาศมากกว่าค่ารวมทั้งหมดที่เกิดจากรถยนต์ เครื่องบินอาคาร โรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้นสัตว์เหล่านั้นปล่อยก๊าซมีเทนที่เป็นก๊าซทำให้เกิดสภาพเรือนกระจกอีกชนิดหนึ่ง พร้อมกับการเรอ การหายใจ การตด และมูลสัตว์ก็ปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซต์ที่เป็นก๊าซทำให้เกิดสภาพเรือนกระจกอีกชนิดหนึ่ง

การลดการตัดไม้ทำลายป่าระดับปัจเจกบุคคล

1.เปลี่ยนวัฒนธรรมการกิน ให้มีการกินอาหารจากืชเป็นหลัก

การงดกินผลิตภัณฑ์สัตว์ในมื้อเช้าและมื้อเที่ยงช่วยลดการปล่อยก็าซเรือนกระจกได้ 1.3 เมตริกตันต่อปี

2.มีลูกให้น้อยลง

ค่าเฉลี่ยรอยเท้าคาร์บอนของประชากรโลก คนละประมาณ 4.5 เมตริกตันต่อปี พลเมืองของแต่ละประเทศก็แตกต่างกันมาก เช่น คนอเมริกัน เฉลี่ย 19.6 เมตริกตันต่อปี คนฝรั่งเศษ เฉลี่ย 6.6 เมตริกตันต่อปี คนบังคลาเทศ เฉลี่ย 0.29 เมตริกตันต่อปี ขณะที่ไทยแลนด์แดนสยามของเรา 4.11 เมตริกตันต่อปีต่อคน

ไม่มีปัญหาที่ร้ายกาจต่อสภาวะแวดล้อมของโลกยิ่งไปกว่าการเพิ่มขึ้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์  และประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาก็ยังมีอัตราการเพิ่มขึ้นของเผ่าพันธุ์มากกว่าประเทศที่เจริญแล้ว ประชากรดังกล่าวมีจำนวนมากเกินกว่าความสามารถของประเทศที่จะจัดหาทรัพยากรเพื่อพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้พัฒนาในอัตราก้าวหน้าได้ ต้นไม้ถูกตัดโค่นจนเตียนโล่ง ไร่นาถูกเพาะปลูกซ้ำซากจนหมดสภาพ  บางประเทศยังมีพลเมืองต้องตายเพราะอดยากขาดอาหาร และยารักษาโรค  ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัย

ในปัจจุบันหลายประเทศได้มีการรณรงค์ให้มีการแสดงรอยเท้าคาร์บอน โดยระบุไว้บนตัวบรรจุภัณฑ์ของสินค้าแต่ละชนิด เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตสินค้าพยายามปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีค่ารอยเท้าคาร์บอนลดลง และเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกสินค้าที่มีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะช่วยทำให้ลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ทางหนึ่ง

ถ้ามีคนน้อยลงก็สามารถลดค่ารอยเท้าคาร์บอนลดลงมาก

————–xxx—————-