STEM (สะเต็มศึกษา) ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ประเทศไทยมีหลักสูตร STEM (สะเต็มศึกษา) ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประถม-มัธยม) มาพักใหญ่แล้ว และยังคงผลักดันต่อเนื่องในปี 2025-2026 แต่ปัญหาคือ “มีก็ไม่ได้เรื่องตามเคย” เพราะแม้จะมีนโยบายและกิจกรรมเยอะ แต่การนำไปปฏิบัติจริงยังติดขัดหลายจุด ทำให้ผลลัพธ์ไม่เท่าที่ควร (เช่น ผล PISA วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ยังตกต่ำ และผลิตภาพแรงงาน STEM ยังไม่พุ่ง)
สถานะปัจจุบันของ STEM ในไทย (อัปเดต 2026)
- มีหลักสูตรและนโยบายชัดเจน:
- สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นหน่วยหลักในการพัฒนาหลักสูตร สื่อ และกระบวนการเรียนรู้ STEM แบบบูรณาการ (Science + Technology + Engineering + Math)
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงศึกษาธิการผลักดัน Green STEM (STEM สีเขียว) ในปี 2569 เพื่อบูรณาการกับ BCG Economy (Bio-Circular-Green) และตอบโจทย์ PISA 2025/2029 โดยเน้น competency-based learning, AI literacy, และ sustainability
- มีโครงการใหญ่ เช่น STEM Racing Thailand National Finals 2026, วทร.25 (เวทีวิจัยโรงเรียน 2569) ชูแนวคิด “STEM สีเขียว : พลังการเรียนรู้เพื่อโลกยั่งยืน”, และ AI for Teachers (ร่วม Microsoft) อบรมครูกว่า 150,000 คนเรื่อง AI ในห้องเรียน
- โรงเรียนหลายแห่ง (โดยเฉพาะโรงเรียนคุณภาพ SMT หรือ Gifted) มีการบูรณาการ STEM เข้ากับวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกิจกรรม hands-on/project-based
- แต่ปัญหายังเยอะและ “ไม่ได้เรื่อง” ในหลายด้าน (จากรายงาน TDRI, World Bank, OECD, Ipsos Education Monitor 2025, และงานวิจัยล่าสุด):
- ครูขาดความพร้อมและความเข้าใจ: ครูหลายคนยังไม่ชำนาญการบูรณาการ 4 สาขา (STEM integration ยาก โดยเฉพาะ rural schools) ทำให้สอนแบบเดิม ๆ (ท่องจำ + ทฤษฎี) มากกว่า active learning/hands-on
- ทรัพยากรไม่พอ: อุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการ ดิจิทัล tools ขาด โดยเฉพาะโรงเรียนต่างจังหวัด (disparities ชัดเจน)
- ผลลัพธ์ไม่ดีขึ้น: PISA 2022 (และแนวโน้ม 2025) ไทยยังต่ำกว่า OECD เฉลี่ยมาก (math 394 vs 472, science 409 vs 485) และตกต่ำลงจาก 10 ปีก่อน แสดงว่านักเรียนพื้นฐานอ่อน แม้มี STEM แต่ไม่แก้ปัญหา core (เช่น critical thinking, problem-solving)
- Mismatch กับตลาดงาน: แม้ผลิตคน STEM บางส่วน แต่ยังขาด soft skills, innovation mindset, และจำนวนไม่พอสำหรับ high-tech industries (ไทยยังติด middle-income trap เพราะ productivity ต่ำ)
- Gender/location inequality: เด็กหญิงและโรงเรียนชนบทเข้าถึงน้อยกว่า (จาก scoping review ใน Asia-Pacific รวมไทย)
- Implementation ช้าและไม่ทั่วถึง: มี pilot โรงเรียนดี ๆ (เช่น โรงเรียนนานาชาติหรือโครงการพิเศษ) แต่ไม่ scale ขึ้นทั้งระบบ เพราะ policy เปลี่ยนบ่อย, bureaucracy, และ budget ไม่ต่อเนื่อง
สรุปเปรียบเทียบ “มี vs ได้ผลจริง”

