การสนับสนุนกลุ่มสังคมพันลึก (Deep Society) เป็นไปอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในการลดความเปราะบางต่อภัยพิบัติ

เพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มสังคมพันลึก (Deep Society) เป็นไปอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในการลดความเปราะบางต่อภัยพิบัติ แหล่งข้อมูลได้เสนอแนะแนวทางที่รัฐควรดำเนินการไว้ 4 ด้านหลัก ดังนี้
  1. การเปิดพื้นที่และสนับสนุนการมีส่วนร่วม: รัฐควรส่งเสริมให้ภาคประชาชนและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเข้ามามีบทบาทอย่างเป็นทางการในการจัดการภัยพิบัติ แทนที่จะปล่อยให้ทำงานอยู่นอกระบบเพียงอย่างเดียว เพื่อเป็นการยอมรับศักยภาพของเครือข่ายเหล่านี้
  2. การสร้างกลไกประสานงานและบูรณาการ: รัฐต้องสร้างระบบการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายสังคมพันลึก เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดความซ้ำซ้อน และปิดช่องว่างในการช่วยเหลือที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานแยกส่วนกัน
  3. การพัฒนาศักยภาพและทักษะเฉพาะทาง: เนื่องจากข้อจำกัดหนึ่งของสังคมพันลึกคือการขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รัฐจึงควรสนับสนุนการฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ในการจัดการภัยพิบัติประเภทต่าง ๆ ให้แก่กลุ่มอาสาสมัคร เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย
  4. การสร้างความตระหนักรู้ในทุกระดับ: รัฐควรส่งเสริมความเข้าใจเรื่องความเปราะบางต่อภัยพิบัติให้กับประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มชนชั้นกลางในเมือง เพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อมร่วมกับเครือข่ายสังคมพันลึกอย่างรอบด้าน ไม่พึ่งพาเพียงโครงสร้างพื้นฐานของรัฐอย่างเดียว
การดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนจากความสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างทำ มาเป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและสามารถปรับตัวต่อภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน