บทเรียนกู้เงินโควิด 19 1.5 ล้านล้านบาท
ในช่วงวิกฤตโรคระบาดโควิด 19 รัฐบาลขยายเพดานเงิรกู้ และ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แบ่งการใช้เป็น 3 แผนงาน ได้แก่ แผนทางการแพทย์และสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท แผนช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ 555,000 ล้านบาท และแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 400,000 ล้านบาท
ประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุชัดว่า การใช้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมนั้น นำไปใช้ทำโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่า หรือเกิดการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย หรือทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างมากที่สุด เพราะ แผนฟื้นฟูกำหนดให้การก่อสร้าง”โครงสร้างพื้นฐาน” ถูกนิยามรวมอยู่ในกรอบการใช้เงินกู้โควิดด้วย เปิดประตูให้โครงการก่อสร้างทุกประเภทอ้างเชื่อมโยงได้ ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างร่ำรวย ภายในระยะเวลาครึ่งปี
กลุ่มทุนได้โครงสร้างพื้นฐานถาวรที่สร้างรายได้ต่อเนื่องระยะยาว — และประชาชนทุกคนเป็นผู้แบกหนี้ร่วมกัน
ไอ้ที่ทุจริตจากการประมาณราคา จากการลดคุณภาพวัสดุเราไม่รู้จนกว่ามันจะพัง
แต่ที่มีข้อมูลในระบบอีเมนเอสซีอาร์ของรัฐ จะพบว่า
มีนำโครงการก่อสร้างที่ค้างอยู่หรือก่อสร้างไม่เสร็จ มาจัดซื้อจัดจ้างใหม่โดยอ้างว่าเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด
ตอนพวกเอ็งรีบรนทำครั้งแรกมันยังไม่มีโควิด ไม่เหรอ แทนที่จะมีการสอบสวนเรื่องราวใครผิดใครถูกทำไมถึงสร้างไม่เสร็จ เป็นการใช้เงินกู้ฉุกเฉินสร้างสิ่งที่ควรอยู่ในงบปกติ
เขียนโครงการก่อสร้างที่เป็นช่วยสร้างการจ้างแรงงาน แต่ใช้เครื่องจักรแทนแรงงาน
จัดทำโครงการพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย ในขณะที่พื้นที่นั้นยังมีการระบาด ไม่รู้จัดทำ จัดจ้าง ตรวจรับงานกันไป เบิกเงินกู้กันไปได้อย่างไร
