รัฐเปลี่ยนจากผู้ป้องกัน ไปเป็นผู้แจ้งเตือนและผู้จ่ายเคลม
ฝนไม่เคยเลือกว่าจะตกใส่ใคร แต่คนที่เลือกให้น้ำท่วมคือรัฐ รัฐบาลเพิ่งเปิด One Water Map รวมข้อมูลเตือนภัยจากสี่หน่วยงานไว้ที่เดียว ฟังดูทันสมัยเหมือนจะแก้ปัญหา แต่ทำไมที่เดิมยังท่วมซ้ำทุกปี คนลุ่มต่ำไม่เคยมีปัญหาเรื่องไม่รู้ เขารู้ก่อนแดชบอร์ดทุกตัว เพราะเห็นน้ำขึ้นกับตา สิ่งที่เขาขาดไม่ใช่ข้อมูล แต่คืออำนาจที่จะไม่ต้องเป็นพื้นที่รับน้ำ แล้วข้อมูลชุดนั้นถูกใช้ตัดสินใจปล่อยน้ำไปทางไหน ผ่านหน้าบ้านใคร ใครกล้าออกมาทำงาน แม้แต่หน่วยงานที่มีภารกิจตามกฎหมายยังหลบรอให้ท่วมก่อนค่อยออกมาแสดงบทพระเอก ทำให้ไม่ท่วมกลับเงียบ ไม่มีข่าวเร่งสร้างคันกั้นน้ำ ระบายน้ำ หรือฟื้นฟูพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก นิเวศวิทยาการเมืองเรียกสิ่งนี้ว่าการผลักความเสี่ยง รัฐเปลี่ยนจากผู้ป้องกัน ไปเป็นผู้แจ้งเตือนและผู้จ่ายเคลม ความเสี่ยงไม่ได้หายไป มันย้ายจากโต๊ะรัฐมนตรีไปอยู่บ้านคน ระบบประกันจ่ายตามทรัพย์สินที่พิสูจน์ได้ คนมีโฉนด บ้านมั่นคง เอกสารครบ ได้ก่อน แล้วชาวนาที่เช่าที่ทำกินล่ะ คนริมคลองที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ล่ะ พวกเขาได้แค่ข้อความแจ้งเตือนทางมือถือ ภัยธรรมชาติคือฝน แต่ภัยพิบัติคือการตัดสินใจ ตราบใดที่รัฐลงทุนกับการรู้มากกว่าการป้องกัน คนไทยก็ได้แค่แผนที่ที่ดีที่สุดในโลก ที่บอกได้แค่ใครจะจมเป็นคนแรก
