รายงานการวิเคราะห์โครงสร้างงบประมาณการศึกษาไทย: “เงินถึงเด็ก” มีจริงกี่บาท?

รายงานการวิเคราะห์โครงสร้างงบประมาณการศึกษาไทย: “เงินถึงเด็ก” มีจริงกี่บาท?

บทนำ

งบประมาณด้านการศึกษาของประเทศไทยเป็นหนึ่งในงบประมาณที่สูงที่สุดของประเทศในแต่ละปี โดยในปีงบประมาณ 2566 กระทรวงศึกษาธิการได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงถึง 325,900 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้จะมีงบประมาณจำนวนมหาศาล แต่กลับมีคำถามสำคัญว่า งบประมาณเหล่านี้ถูกจัดสรรและนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และมีสัดส่วนเท่าไรที่ “เงินถึงเด็ก” หรือส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยตรง รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างการจัดสรรงบประมาณการศึกษาไทย โดยแบ่งออกเป็นชั้นต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าเงินจำนวนมหาศาลนี้ถูกใช้ไปในส่วนใดบ้าง และส่วนที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยตรงมีสัดส่วนเท่าใด

การวิเคราะห์โครงสร้างงบประมาณการศึกษา: สามชั้นแห่งการจัดสรร

การจัดสรรงบประมาณการศึกษาไทยสามารถแบ่งออกได้เป็นสามชั้นหลักๆ ซึ่งแต่ละชั้นแสดงให้เห็นถึงการลดทอนสัดส่วนของงบประมาณที่คาดว่าจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้โดยตรง
โครงสร้างงบประมาณการศึกษาปี 2566

ภาพที่ 1: โครงสร้างงบประมาณการศึกษาปี 2566 (อ้างอิงข้อมูลจาก )

ชั้นที่ 1: งบบุคลากร – สัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด

ในทันทีที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณ 325,900 ล้านบาทในปี 2566 งบประมาณจำนวน 201,744 ล้านบาท หรือคิดเป็น 62% ของงบประมาณทั้งหมด ถูกจัดสรรไปเป็นงบบุคลากร สัดส่วนที่สูงนี้เป็นผลมาจากจำนวนข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีเกือบ 400,000 คน ยังไม่รวมบุคลากรอื่นๆ เช่น ผู้บริหารการศึกษา พนักงานราชการ ลูกจ้าง และศึกษานิเทศก์อีกจำนวนมาก การจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ทำให้งบประมาณที่เหลือสำหรับการดำเนินงานและลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
หลังจากการหักงบบุคลากรในชั้นแรก งบประมาณคงเหลือประมาณ 124,000 ล้านบาท หรือ 38% ของงบประมาณทั้งหมด

ชั้นที่ 2: งบเงินอุดหนุน – ค่าใช้จ่ายที่แฝงบุคลากร

จากงบประมาณที่เหลือ งบเงินอุดหนุนจำนวน 85,361 ล้านบาท หรือ 26% ของงบประมาณรวม ถูกดึงออกไปเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ ค่าใช้จ่ายบุคลากรที่แท้จริงไม่ได้ถูกรวมอยู่ในกลุ่ม ‘งบบุคลากร’ ทั้งหมด แต่ยังแฝงอยู่ในงบประมาณประเภทอื่นด้วย เช่น งบดำเนินงาน (สำหรับลูกจ้างตามสัญญาจ้าง) งบเงินอุดหนุน (สำหรับบุคลากรองค์การมหาชน) และงบกลาง (ที่เป็นรายจ่ายตามสิทธิ์หรือข้อกำหนดทางกฎหมาย) การจัดสรรในลักษณะนี้ทำให้สัดส่วนของงบประมาณที่ใช้ไปกับ ‘คน’ สูงกว่าที่ปรากฏในหมวดงบบุคลากรอย่างเป็นทางการ
หลังจากหักงบเงินอุดหนุน งบประมาณที่เหลือสำหรับงบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 5% และงบดำเนินงานประมาณ 3%

ชั้นที่ 3: งบลงทุนและงบพัฒนา – สัดส่วนที่น้อยนิด

งบลงทุนของกระทรวงศึกษาธิการในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนเพียง 5-6% และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 อยู่ที่ 4.98% นอกจากนี้ นิยามของ ‘งบลงทุน’ ในประเทศไทยยังมีความกว้างขวาง โดยหมายถึง

รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง ทำให้งบลงทุนส่วนใหญ่มุ่งไปที่การก่อสร้างอาคาร ซึ่งอาจไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้

ในขณะเดียวกัน งบประมาณสำหรับการพัฒนาครู ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคุณภาพการศึกษานั้น มีสัดส่วนที่น้อยมาก โดยมีเพียง 0.44% หรือ 3,592 ล้านบาทจากงบประมาณด้านการศึกษารวมกว่า 8 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรที่น้อยเกินไป

ความจริงของ “เงินถึงเด็ก”

จากโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณข้างต้น สามารถสรุปสัดส่วนของงบประมาณที่ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยตรงได้ดังนี้
ประเภทงบประมาณ
สัดส่วนโดยประมาณ
ลักษณะการใช้งาน
เงินเดือนและสวัสดิการบุคลากร
62% – 70%
ใช้เพื่อเลี้ยงดูบุคลากรในระบบการศึกษา
งบก่อสร้างและอาคาร
4% – 5%
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ
งบอุดหนุนเรียนฟรี
~16%
ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ถุงเท้า อาหารกลางวัน และหนังสือ
งบพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
3% – 8%
งบประมาณที่ใช้ในการพัฒนาครูและจัดหาสื่อการเรียนรู้โดยตรง
ตารางที่ 1: สรุปสัดส่วนการใช้งบประมาณการศึกษาไทย (อ้างอิงข้อมูลจาก , )
ตัวเลขในตารางสะท้อนให้เห็นว่า งบประมาณที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาครูและสื่อการเรียนรู้ มีสัดส่วนเพียง 3-8% ของงบประมาณทั้งหมดเท่านั้น ในขณะที่งบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับเงินเดือนและสวัสดิการของบุคลากร และการลงทุนในสิ่งก่อสร้างซึ่งไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นการเรียนรู้โดยตรง
นอกจากนี้ ยังพบความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณอย่างชัดเจน โดยนักเรียนในโรงเรียนทั่วไปของ สพฐ. ได้รับเงินอุดหนุนเฉลี่ยเพียง 6,100 บาทต่อคนต่อปี ในขณะที่นักเรียนในโรงเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ชั้นนำได้รับสูงถึง 166,826 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งแตกต่างกันถึง 27 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น งบประมาณที่ตั้งขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากว่า 70% กลับถูกใช้ไปกับงบบุคลากร งบลงทุน และงบดำเนินงาน โดยมีเพียง 30% เท่านั้นที่ตกถึงเด็กยากจนอย่างแท้จริง

สรุป: ระบบจ้างงานที่ใช้เด็กเป็นข้ออ้าง

จากข้อมูลและการวิเคราะห์ทั้งหมด สามารถสรุปได้ว่าระบบงบประมาณการศึกษาไทยในปัจจุบันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาเป็นหลัก แต่มีลักษณะเป็น “ระบบการจ้างงานขนาดใหญ่ที่ใช้เด็กเป็นข้ออ้าง” เงินงบประมาณกว่า 3.25 แสนล้านบาท ทำหน้าที่หลัก 3 ประการ คือ:
1.จ่ายเงินเดือน ให้กับบุคลากรในระบบ
2.สร้างอาคาร ที่ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการเรียนรู้
3.จัดหาสวัสดิการพื้นฐาน เช่น อาหารกลางวันและอุปกรณ์การเรียน เพื่อให้เด็กยังคงอยู่ในระบบโรงเรียน
เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากงบประมาณในรูปแบบของคุณภาพการเรียนการสอนที่แท้จริงเพียงเล็กน้อย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพียง 3-8% ของงบประมาณทั้งหมดเท่านั้น ข้อสรุปนี้สอดคล้องกับความเห็นของนักวิชาการที่ว่า “งบประมาณเพียงพอ แต่จัดสรรทรัพยากรไม่ดี” การปฏิรูปโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้งบประมาณการศึกษาของชาติสามารถสร้าง “อนาคต” ที่มีคุณภาพให้กับเด็กไทยได้อย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง