อันตรายจากพฤติกรรมโจรสายทนาย

ทนายที่มีพฤติกรรมทุจริตหรือมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ มักใช้ความรู้ทางกฎหมายในทางที่ผิดเพื่อล่อลวง เอาเปรียบ หรือละเมิดสิทธิของลูกความและบุคคลทั่วไป ลักษณะพฤติกรรมของทนายที่ไม่ซื่อสัตย์หรือที่เรียกว่า “ทนายชั่ว” สามารถจำแนกได้เป็นหลายลักษณะ ดังนี้:

1. การฉ้อโกงเงินจากลูกความ

  • เรียกเก็บค่าบริการหรือค่าดำเนินการสูงเกินจริง โดยให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
  • เรียกเก็บเงินล่วงหน้า แต่ไม่ดำเนินการตามที่ตกลง เช่น ไม่ไปว่าความให้ลูกความ หรือไม่ยื่นเอกสารในชั้นศาล
  • แอบยักยอกทรัพย์สินหรือเงินที่ลูกความมอบหมายให้ถือครองไว้ เช่น เงินค่าชดเชยหรือเงินประกันตัว

2. การบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือแนะนำที่ผิดจรรยาบรรณ

  • ให้คำแนะนำทางกฎหมายที่จงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือกฎหมาย เพื่อให้ลูกความเข้าใจผิดและยินยอมจ่ายเงินเพิ่ม
  • ให้คำแนะนำหรือสนับสนุนให้ลูกความกระทำผิดกฎหมาย เช่น การแนะนำให้ปลอมแปลงเอกสาร หรือสร้างพยานเท็จ
  • จงใจซ่อนข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินคดีของลูกความเพื่อเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์เพิ่มเติม

3. ใช้วิธีการที่ไม่โปร่งใสเพื่อกดดันลูกความหรือคู่ความ

  • ข่มขู่หรือกดดันลูกความให้จ่ายเงินหรือทำตามที่ตนต้องการโดยอ้างว่าจะเสียสิทธิหรือคดีจะแพ้
  • ทำข้อตกลงลับกับคู่ความหรือตัวแทนฝ่ายตรงข้ามเพื่อลดโอกาสในการชนะของลูกความของตนเอง

4. ละเมิดความลับของลูกความ

  • เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลคดีของลูกความโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว หรือเพื่อลดความเสี่ยงของตน
  • แอบนำข้อมูลของลูกความไปขายให้ฝ่ายตรงข้ามเพื่อเรียกรับค่าตอบแทน

5. กระทำการที่เข้าข่ายทุจริตหรือติดสินบน

  • เสนอสินบนหรือผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือตุลาการเพื่อให้การพิจารณาคดีเข้าข้างลูกความ
  • ทำตัวเป็นนายหน้าหรือเป็นตัวกลางในการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ โดยอ้างว่าเป็นวิธีการช่วยเหลือคดี

6. การไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือทิ้งคดี

  • ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำกับลูกความ เช่น ไม่ไปขึ้นศาลตามที่นัดหมาย หรือละเลยคดีจนหมดอายุความ
  • ขาดการติดต่อกับลูกความ ทิ้งคดีโดยไม่แจ้งลูกความล่วงหน้า หรือรับงานซ้อนจนทำให้ลูกความไม่ได้รับบริการที่คาดหวัง

7. พฤติกรรมไม่เหมาะสมและละเมิดจรรยาบรรณ

  • พูดจาข่มขู่หรือทำตัวก้าวร้าวกับลูกความ หากไม่พอใจหรือเมื่อลูกความปฏิเสธไม่จ่ายเงินเพิ่มเติม
  • สร้างความเข้าใจผิดให้ลูกความเชื่อถือโดยการแอบอ้างชื่อเสียงของคนอื่น หรือแสดงความสามารถเกินจริง

สรุป

พฤติกรรมของทนายที่ไม่ซื่อสัตย์ส่งผลให้ลูกความสูญเสียทั้งทรัพย์สิน ความไว้วางใจ และบางครั้งยังสูญเสียโอกาสที่จะได้รับความยุติธรรม ทนายที่ดีควรปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ซื่อสัตย์ต่อลูกความ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม