“เอกสิทธิ์คุ้มกันภายใต้ความศักดิ์สิทธิ์” กรณีวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์
“เอกสิทธิ์คุ้มกันภายใต้ความศักดิ์สิทธิ์” กรณีวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์: เป็นภาพสะท้อนว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดล้มเหลวในการกำกับดูแลวัด สืบทอดแต่สันดานการทำงานคือควักเอางบประมาณมาผ่านกิจกรรมของวัดเพื่อดีงเงินทอนเข้ากระเป๋า ว่าซ้าน
กรณีวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ขยายพื้นที่วัดออกนอกเขตที่ได้รับอนุญาต กว่า 99 ไร่ เป็นตัวอย่างสำคัญของความล้มเหลวในการกำกับดูแล
ถ้าการขยายพื้นที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน
แปลว่าอย่างน้อยต้องมีหนึ่งในสามปัญหาเกิดขึ้น
ไม่ตรวจสอบ
ตรวจสอบแต่ไม่กล้าบังคับใช้กฎหมาย
หรือมีความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์จนไม่แตะต้องกัน
ไม่ว่ากรณีใด ล้วนสะท้อน “ความไร้สมรรถนะของรัฐ”
ความรู้สึกหมดศรัทธาต่อการทำงานของ พศ. รุนแรงถึงขั้นที่ สมาชิกวุฒิสภาเคยเสนอให้ “ยุบ” สำนักพุทธศษสนาแห่งชาติ หากไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่บั่นทอนพระพุทธศาสนาได้ ตั้งคำถามว่า “ควรมีหรือควรยุบทิ้งไปซะ… มีไว้เพื่ออะไร” มีก็เหมือนไม่มี เปลืองภาษี
แต่จะยุบได้ไง ละค๊าบ พี่น้อง นักการเมืองเมื่อเข้ามาบริหาร จะมีช่องทางชักตังค์ทอนได้หรือ พวกเขาก็ต้องคงช่องทางนี้ไว้
ช่าวลับ จากคณะกรรมาธิการเล็ดลอดออกมาว่ามีการวางกลไกระเบียบกฎหมายใหม่ให้สำนักงานพระพุทธศษสนาแห่งชาติมีช่องทางนำเงินงบประมาณไปผ่านวัดได้หลากหลายมากขึ้น
