โมเดล ประเทศสารขัน

โครงสร้างที่ถักทอขึ้นจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ซับซ้อนระหว่างสามเสาหลัก ซึ่งมักจะทำงานสอดประสานกันเพื่อรักษา “สภาวะหยุดนิ่ง” มากกว่าการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
ระบบราชการไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนบริการสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทำหน้าที่เป็น “รัฐราชการ” ที่เน้นการรักษาความมั่นคงของตนเองมากกว่าผลลัพธ์ที่เกิดกับประชาชน
นักการเมืองในโมเดลสารขันมักทำหน้าที่เป็น “นายหน้า” ระหว่างทรัพยากรของรัฐกับฐานเสียง หรือระหว่างกลุ่มทุนกับนโยบาย มุ่งเน้นนโยบายประชานิยมระยะสั้นเพื่อหวังผลการเลือกตั้ง โดยละเลยการวางรากฐานระยะยาว การใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องและกลุ่มทุนที่เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน นโยบายหลายอย่างจึงถูกออกแบบมาเพื่อ “เปิดช่อง” ให้เกิดการตักตวงทรัพยากรภายใต้หน้ากากของการพัฒนา
กลุ่มทุนไม่ได้แข่งขันกันด้วยนวัตกรรม แต่แข่งขันกันด้วย “ความใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจ” นายทุนสนับสนุนทุนทางการเมืองให้นักการเมืองและผู้มีอำนาจในระบบราชการ เพื่อแลกกับสัมปทาน การผูกขาด หรือข้อกำหนดทางกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของตน
เมื่อทั้งสามภาคส่วนนี้รวมตัวกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ สภาวะที่โครงสร้างข้างบนดูแข็งแรงและเต็มไปด้วยรายงานที่สวยหรู แต่โครงสร้างข้างล่างกลับอ่อนแอและเผชิญกับความเสี่ยงทุกมิติ