เปรียบเทียบเครื่องสูบน้ำระยะไกล กรม ปภ. กับ “ท่อพญานาคซิ่ง/ท่อซิ่งภูมิปัญญาไทย”

เปรียบเทียบระหว่าง “นวัตกรรมงบประมาณแสนแพงของ ปภ.” กับ “ท่อพญานาคซิ่ง/ท่อซิ่งภูมิปัญญาไทย” ได้ดังนี้:

1. “เครื่องสูบน้ำระยะไกล” (ปภ.) – เทคโนโลยีราคาแสนแพงที่ “ผิดประเภทและผิดงาน”

  • ซื้อมาเพื่ออะไร?: เครื่องสูบน้ำส่งระยะไกล (Hydro-sub หรือเครื่องสูบแบบแรงดันสูง) ถูกจัดซื้อด้วยงบประมาณมหาศาล (รวมรถลำเลียงและอุปกรณ์เสริม ลำละสิบๆ ล้านบาท) วัตถุประสงค์ตามสเปกคือการอัดน้ำส่งไปไกลหลายกิโลเมตร เช่น ดันน้ำขึ้นเขา หรืออัดน้ำข้ามสิ่งกีดขวางระยะทางไกล

  • ความพังทลายเมื่อนำมาสูบน้ำท่วมขัง:

    • ในการกู้น้ำท่วมเมือง สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ “แรงดันอัดไกล” แต่คือ “อัตราการไหลมหาศาลในเวลาอันสั้น (Volume Flow Rate)”

    • เครื่อง ปภ. มีขนาดใหญ่ อุ้ยอ้าย ต้องใช้รถเทรลเลอร์ 10 ล้อลำเลียง สายสูบหนักอึ้ง เส้นสายระย้ายุ่งยาก ตั้งเครื่องทีต้องใช้เวลาประกอบเป็นชั่วโมง แถมกินน้ำมันมหาศาล

    • ผลลัพธ์คือ “ค่าเครื่องแพงติดเพดาน แต่ปริมาณมวลน้ำที่ดันออกมาได้จริงกลับได้แค่แค่นิดเดียว” เมื่อเทียบกับงบประมาณและเวลาที่เสียไป

2. “ท่อพญานาคซิ่ง” – ภูมิปัญญาบ้านๆ ที่ชนะขาดลอยทั้งปริมาณและราคา

  • ดีไซน์เพื่อการ “ย้ายมวลน้ำ”: ท่อพญานาคซิ่งของเกษตรกรไทยประดิษฐ์ (บ่อกุ้ง/บ่อปลา/ไร่นา) ถูกออกแบบมาด้วยหลักการ Axial Flow พบกับเครื่องยนต์รถยนต์เก่า/เครื่องดีเซล

  • ความตลกร้ายหน้างาน:

    • ท่อพญานาค 1 เครื่อง ราคาหลักหมื่นถึงหลักแสนต้นๆ ลากใส่ท้ายรถกระบะไปจุ่มลงคลองได้ทันทีใน 5 นาที

    • อัตราการดูดตะกอน น้ำโคลน และ “ปริมาณมวลน้ำไหลทะลัก (Flow Rate)” สูงกว่าเครื่อง ปภ. มหาศาล ในระดับที่ดูดน้ำในแอ่งท่วมขังจนเห็นดินได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

    • บทเรียนในอดีตตั้งแต่ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน มาจนถึง วิกฤตน้ำท่วมเคหะคลองจั่น/ลาดกระบัง ยืนยันตรงกันหมดว่า สุดท้ายเมื่อวิกฤตหน้างานอัมพาต รัฐบาลก็ต้องกราบไหว้ไปขอให้ “ทีมท่อซิ่งเอกชน” ขนท่อพญานาคมาช่วยกู้วิกฤต เพราะเครื่องของรัฐบาลสูบไม่ทันกิน!

3. ละครการเมือง: “เน้นพิธีกรรม ไม่เน้นประสิทธิภาพ”

คำถามคือ ทำไมข้าราชการและรัฐมนตรีถึงชอบสั่งใช้ “เครื่องสูบน้ำระยะไกล ปภ.”?

  1. ภาพลักษณ์ถ่ายรูปสวย: เครื่องสีส้มลำใหญ่ๆ มีไฟไซเรนวูบวาบ มีข้าราชการใส่เสื้อกั๊ก ปภ. ยืนล้อม ถ่ายรูปออกมาแล้วดู “ยิ่งใหญ่ มีงบประมาณ และกำลังทำงานหนัก”

  2. ระบบงบประมาณผูกขาด: การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐชอบของแพง Spec อลังการ เพราะตอบโจทย์เรื่องงบจัดซื้อและเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง ส่วน “ท่อพญานาคซิ่ง” ของชาวบ้าน แม้จะประสิทธิภาพดีกว่า 10 เท่า แต่ราคาถูกเกินไป และไม่มีในบัญชีนวัตกรรมหรือระเบียบพัสดุราชการที่จะจัดซื้อมาเก็บไว้ได้ง่ายๆ

  3. ลิเกหน้างาน: รัฐมนตรีลงพื้นที่ สั่งการ “เดินเครื่อง 24 ชั่วโมง” เพื่อเอาข่าว… แต่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องนั่งมองน้ำค่อยๆ ลดทีละเซนติเมตร เพราะเครื่องจักรมันดันน้ำได้ช้ากว่าท่อซิ่งของเอกชนอย่างเทียบไม่ติด

บทสรุป

สิ่งที่เกิดขึ้นในข่าวนี้คือ “ภาพสะท้อนความตลกร้ายของระบบราชการไทย”:

*”รัฐบาลทุ่มงบสิบๆ ล้าน ซื้อไฮดรอลิกสูบน้ำระยะไกลคันมหึมา ลากรถเทรลเลอร์ลงพื้นที่เพื่อถ่ายรูปเช็กอิน…

แต่ในความเป็นจริง หากเปลี่ยนงบซื้อเครื่อง ปภ. 1 เครื่อง มาจัดหา ‘ท่อพญานาคซิ่ง’ แบบชาวบ้าน จะได้ท่อสูบน้ำมหาศาลนับสิบท่อ กระจายสูบพร้อมกันทั่วเมืองภูเก็ต ป่านนี้น้ำแห้งจนถนนสะอาดไปนานแล้ว!”*

เป็นการย้ำชัดเจนว่า รัฐไทยเก่งเรื่องซื้อของแพงเพื่อเน้นพิธีกรรม แต่สอบตกเรื่องการเลือกใช้เครื่องมือที่ตรงกับประสิทธิภาพหน้างานจริง