เอกนิติ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะจาก 70% เป็น 75% เพิ่มพื้นที่กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เดินสายชี้แจง 3 สถาบันจัดอันดับเครดิต “มูดีส์-ฟิทช์-เอสแอนด์พี”
เอกนิติ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะจาก 70% เป็น 75% เพิ่มพื้นที่กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เดินสายชี้แจง 3 สถาบันจัดอันดับเครดิต “มูดีส์-ฟิทช์-เอสแอนด์พี”
การขยับเพดานหนี้เป็น 75% เพื่อเพิ่มพื้นที่กู้เงินอีกประมาณ 1 ล้านล้านบาท คือการเดินบนเส้นลวดที่อันตรายที่สุดครั้งหนึ่งของเศรษฐกิจไทย
ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ เพราะมันหมายถึงการยอมรับว่า “เราคุมการใช้จ่ายไม่ได้แล้ว”
การเดินสายไปพบ Moody’s, Fitch, และ S&P คือการพยายามไป “ขอร้อง” ไม่ให้เขาปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ของไทยลงสู่ระดับ “เกือบขยะ” เพราะถ้าถูกลดเกรดเมื่อไหร่ ดอกเบี้ยที่ไทยต้องจ่ายโลกจะพุ่งทันที และเงินจะยิ่งไหลออก บาทจะยิ่งอ่อน
แม้รัฐจะอ้างว่ากู้มาเพื่อ “เปลี่ยนผ่านพลังงาน” (Energy Transition) แต่ถ้าเงินก้อนนี้ไหลไปผ่านโครงการที่เอื้อกลุ่มทุนรับเหมาหรือทุนพลังงานเดิมที่ใกล้ชิดรัฐบาล มันก็คือการ “กู้เงินประชาชนไปถมที่ให้เศรษฐี” นั่นเองครับ พี่น้อง
การขยายเพดานหนี้คือการ “ซื้อเวลา” ให้รัฐบาลคุณหนูไม่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงเรื่องความล้มเหลวในการจัดการน้ำมัน
หนี้สาธารณะที่จ่อ 70% ในตอนนี้ ส่วนหนึ่งมาจากภาระที่กองทุนน้ำมันไปอุ้มราคาไว้เพื่อให้รัฐบาลดูดี แต่ความจริงคือเรากำลัง “เอาเงินกู้มาชดเชยค่าการกลั่นที่แพงเกินจริง”
นี่คือสมรรถนะของรัฐบาลที่มองไม่เห็นหัวประชาชน แต่เห็นแก่ “ความมั่นคงของกำไรกลุ่มทุน” ครับ เพราะถ้ากู้เงินมาได้ เขาก็สามารถเลี้ยงระบบเดิม (สิงคโปร์ทิพย์) ต่อไปได้โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างให้เหนื่อยครับ
