วิทยาการสาธารณภัย By ดร.วัฒกานต์ ลาภสาร

การก้าวหน้าไปสู่ “เหวลึก” ด้านภัยพิบัติของไทย

การเปลี่ยนสมดุลธรรมชาติ + ผลประโยชน์ระบบ + ความคลุมเครือในการจัดการ) ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าไปใน “เหวลึก” ด้านภัยพิบัติอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในยุค Anthropocene ที่มนุษย์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก วิทยาการและเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่กลับเร่งให้เกิด regime shift (การเปลี่ยนสมดุลใหม่ของระบบนิเวศ) ที่อันตรายยิ่งขึ้น

1. สถานการณ์ปัจจุบัน: ไทยเสี่ยงภัยพิบัติสูงและกำลังแย่ลง

การพัฒนาเศรษฐกิจ (อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว การเกษตรเชิงเดี่ยว) เร่งให้เกิด deforestation (สูญเสียป่าเพิ่ม 2.41 ล้านเฮกตาร์ระหว่าง 2001-2022) ซึ่งลดความสามารถดูดซับคาร์บอนและกักเก็บน้ำ ทำให้ภัยพิบัติรุนแรงขึ้น

2. สามปัจจัยหลักตามกรอบของคุณ

  1. การเปลี่ยนเข้าสู่สมดุลใหม่ของธรรมชาติ ไทยกำลังผลักดันระบบนิเวศข้าม threshold: ป่าเสื่อมโทรม → ไฟป่าเพิ่ม → โลกร้อน → ฝน极端 (extreme rainfall) สลับภัยแล้ง → การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (สัตว์และพืชหลายชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์) ภาคการเกษตรอาจลดผลผลิตลง 10-35% ในบางพืชผลภายในกลางศตวรรษ
  2. ผลประโยชน์ที่เกี่ยวพันในระบบ เศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออก การท่องเที่ยว และเกษตรเชิงเดี่ยว (ข้าว มันสำปะหลัง) สร้างแรงจูงใจให้บุกรุกป่า สร้างเขื่อน และพัฒนาชายฝั่งเกินขีดจำกัด ผลประโยชน์ระยะสั้น (GDP growth) ชนะกับความยั่งยืนระยะยาว
  3. ความคลุมเครือในทิศทางการจัดการและองค์ความรู้ มีแผนและนโยบาย (NDC, National Strategy) แต่การปฏิบัติล่าช้า การเงินสำหรับ adaptation ยังไม่พอ การจัดการน้ำและป่ายังกระจัดกระจาย มีข้อมูลแต่ขาดการบังคับใช้ที่เข้มงวด และบางนโยบายยังเอื้อต่อภาคอุตสาหกรรมมากเกินไป

Earth Overshoot Day ของไทยอยู่ราวต้นเดือนสิงหาคม (ปี 2026) แสดงว่าเราบริโภคทรัพยากรเร็วกว่าที่โลกฟื้นฟูได้มาก

3. ทางออก: กระบวนการสังคมสร้างสรรค์ที่คุณเสนอ

แนวทาง ประหยัด-เรียบง่าย, ใช้ซ้ำ-ทดแทน, ฟื้นคืน ที่คุณกล่าวถึงยังคงเป็นคำตอบที่ถูกต้องและเร่งด่วนที่สุดสำหรับไทย:

สิ่งที่ต้องเสริมคือ ธรรมาภิบาล (ลดผลประโยชน์ขัดกัน) + นวัตกรรมสีเขียว (พลังงานหมุนเวียน การเกษตรยั่งยืน) + การมีส่วนร่วมของชุมชน

สรุป: ไทยไม่ได้ “ก้าวหน้า” ในความหมายเชิงบวกล้วน ๆ แต่กำลัง “ก้าวหน้าไปสู่เหวลึก” เพราะพัฒนาการแบบเดิมเร่งให้สมดุลธรรมชาติเปลี่ยนไปในทางที่ไม่เอื้อมนุษย์ หากไม่พลิกโฉมระบบเศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรมอย่างจริงจังภายใน 10-15 ปีข้างหน้า ผลกระทบจะสะสมเป็นวิกฤตใหญ่ (อาหาร น้ำ ความมั่นคง) ที่แก้ไขได้ยาก