ดุลยพินิจ: “การตัดทอนความเชื่อมโยงระดับบน”ของ กกต.

มติของ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569ยกคำร้องในส่วนของกรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย การกระทำอย่างบังอาจตบหน้าประชาชนคนไทยครั้งนี้ เป็นการดำเนินการที่ละเลยหลักการ”นิเวศวิทยาการทุจริต” ที่ต้องมีการพิจารณาประเมินความสัมพันธ์เชิงพฤติกรรมในการฮั้ว สว.และพฤติกรรมการแสดงออกถึงความเคลื่อนไหวของเครือข่ายของพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งมีหลักฐานมากมาย แต่ กกต.ใช้เฉพาะพยานหลักฐานเป็นเอกสาร เส้นทางการเงิน หรือการลงนามที่มัดแน่นตัวบุคคลระดับบน ผลคือ “ศาลฎีกาจะพิพากษาเพิกถอนสิทธิเกินกว่าคำร้องของ กกต.ไม่ได้” แม้ในชั้นไต่สวนของศาลจะพบพฤติการณ์เชื่อมโยงไปถึงบุคคลภายนอกคำร้องก็ตาม นี่คือการจำกัดความเสียหายเชิงกฎหมายให้อยู่ในวงที่ควบคุมได้ หนุสีเทาและพรรคพวกลอยนวลสั่งการ สว.และองค์กรอิสระได้อย่างสบายใจต่อไป

มติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่เห็นชอบสั่งฟ้องผู้ถูกร้องรวม 77 ราย (เป็น สว. ปัจจุบัน 26 คน, ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน) พร้อมยกคำร้องในส่วนของกรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของพรรคภูมิใจไทย การสั่งสอย สว. 26 คน พร้อมผู้เกี่ยวข้องระดับปฏิบัติการ คือการสร้าง “ตัวเลขผลงาน” ให้ กกต. นำมาอ้างต่อสาธารณชนว่าไม่ได้เกียร์ว่าง
พร้อมกับนำผลงานไปอ้างนายเหนือหัวว่า พวกตนรับใช้อย่างดี การส่งฟ้องครั้งนี้จะไม่กระทบกับลุกลามไปทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลคุณหนูบ้านใหญ่ การชี้มูล สว. เพียง 26 คน จากทั้งหมด 138 คนที่มีชื่อในข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้ ช่วยให้วุฒิสภายังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้โดยไม่เกิดภาวะสภาล่มหรืออัมพาต ต่อแต่นี้ไปก็อาจสละสักพันล้านเพื่อไม่ให้มีเอกสารหลุดต่างๆ ที่สามารถชี้ชัดว่ามีการทุจริตเชิงขบวนการจริง กรรมการบริหารพรรคและ กกต.ก็จะรอดพ้นคดีความทุกกรณี