มายาคติเรื่อง “ขอเพิ่มตามจริง ไม่สามารถขอเผื่อได้”: การโบ้ยกฎหมายเพื่อปิดบังความไร้ประสิทธิภาพ

มายาคติเรื่อง “ขอเพิ่มตามจริง ไม่สามารถขอเผื่อได้” การโบ้ยกฎหมายเพื่อปิดบังความไร้ประสิทธิภาพ ข้ออ้างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ว่า “การขอจัดสรรงบกลาง ต้องเสนอตามจำนวนครัวเรือน ณ ขณะนั้นเท่านั้น ไม่สามารถขอเกินข้อเท็จจริงได้” คือการใช้ “กฎระเบียบสารบรรณเป็นเกราะบังหน้าความขี้เกียจในการพยากรณ์หรือการประเมินล่วงหน้า เป็นว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีข้อมูล แต่ไม่ใช้ปัญญาประมวลผล รายงานตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบช่วง 16 ถึง 30 กันยายนสูงถึง 1,143,231 ครัวเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม แต่กลับใช้เวลาเกือบ 3 สัปดาห์ (จนถึง 18 ตุลาคม) กว่าจะชงเรื่องขอขยายวงเงิน หนึ่งหมื่นห้าร้อยแปดล้านบาท 1.48 ล้านครัวเรือน เข้า ครม. ในทางรัฐประศาสนศาสตร์การบริหารวิกฤต รัฐบาลและ ปภ. สามารถทำ “การตั้งกรอบวงเงินอนุมัติเพดานล่วงหน้า โดยอิงจากภาพถ่ายดาวเทียมและแบบจำลองพื้นที่ท่วมซ้ำซากได้ตั้งแต่วันแรก แล้วค่อยจ่ายตามเอกสารรับรองจริงทีหลัง เพื่อไม่ให้สตรีมการโอนเงินสะดุด แต่ ปภ. เลือกวิธีทำงานแบบเสมียนนับหัวจ่าย รอให้เอกสารกองเต็มโต๊ะก่อนแล้วค่อยวิ่งไปขอเงิน ครม. ทีละรอบ