ภาพสะท้อนความตลกร้ายของระบบราชการไทยในการจัดการภัยพิบัติ

ภาพข่าวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ลงพื้นที่ภูเก็ตและสั่งการให้ ปภ. ขน “เครื่องสูบน้ำระยะไกล” เดินหน้าสูบ 24 ชั่วโมง คือภาพตัวอย่างที่ตลกร้าย และประจานความย้อนแย้งของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้อย่างเจ็บปวดที่สุด เป็นการย้ำชัดเจนว่า รัฐไทยเก่งเรื่องซื้อของแพงเพื่อเน้นพิธีกรรม แต่สอบตกเรื่องการเลือกใช้เครื่องมือที่ตรงกับประสิทธิภาพหน้างานจริง เครื่องสูบน้ำระยะไกล” (ปภ.) – เทคโนโลยีราคาแสนแพงที่ “ผิดประเภทและผิดงาน เครื่องสูบน้ำส่งระยะไกล หรือเครื่องสูบแบบแรงดันสูง ถูกจัดซื้อด้วยงบประมาณมหาศาล (รวมรถลำเลียงและอุปกรณ์เสริม ลำละสิบๆ ล้านบาท) วัตถุประสงค์ตามสเปกคือการอัดน้ำส่งไปไกลหลายกิโลเมตร เช่น ดันน้ำขึ้นเขา หรืออัดน้ำข้ามสิ่งกีดขวางระยะทางไกล แต่ในการกู้น้ำท่วมเมือง สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ “แรงดันอัดไกล” แต่คือ “อัตราการไหลมหาศาลในเวลาอันสั้น เครื่อง ปภ. มีขนาดใหญ่ อุ้ยอ้าย ต้องใช้รถเทรลเลอร์ 10 ล้อลำเลียง สายสูบหนักอึ้ง เส้นสายระย้ายุ่งยาก ตั้งเครื่องทีต้องใช้เวลาประกอบเป็นชั่วโมง แถมกินน้ำมันมหาศาล ผลลัพธ์คือ “ค่าเครื่องแพงติดเพดาน แต่ปริมาณมวลน้ำที่ดันออกมาได้จริงกลับได้แค่แค่นิดเดียว” เมื่อเทียบกับงบประมาณและเวลาที่เสียไป “รัฐบาลทุ่มงบสิบๆ ล้าน ซื้อไฮดรอลิกสูบน้ำระยะไกลคันมหึมา ลากรถเทรลเลอร์ลงพื้นที่เพื่อถ่ายรูปเช็กอิน…แต่ในความเป็นจริง หากเปลี่ยนงบซื้อเครื่อง ปภ. 1 เครื่อง มาจัดหา ‘ท่อพญานาคซิ่ง’ แบบชาวบ้าน จะได้ท่อสูบน้ำมหาศาลนับสิบท่อ กระจายสูบพร้อมกันทั่วเมืองภูเก็ต ป่านนี้น้ำแห้งจนถนนสะอาดไปนานแล้ว!