การศึกษาข้อจำกัดทางสังคมที่ทำให้การจัดการสาธารณภัยไม่มีประสิทธิภาพ

จากการศึกษาจากประชากรในพื้นที่จังหวัดนครพนม ในระหว่างมกราคม 2558 ถึงเดือนมิถุนายน 2559 ในประเด็นหัวข้อการศึกษา “ข้อจำกัดทางสังคมที่ทำให้การจัดการสาธารณภัยไม่มีประสิทธิภาพ”  พบว่าคัวแปรอิสระที่สามารถทำนายตัวแปรตาม (ข้อจำกัดทางสังคมที่ทำให้การจัดการสาธารณภัยไม่มีประสิทธิภาพ)ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  มี 3 ตัวแปร  คือ

1.โครงสร้างทางเศรษฐกิจอ่อนแอ

2.EQ เฉลี่ยของคนไทยต่ำลง

3.ขาดทักษะการเป็นพลเมือง

ตารางผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบ Stepwise ในการพยากรณ์

ตัวแปรอิสระ

b

Beta

t-value

p-value

โครงสร้างทางเศรษฐกิจอ่อนแอ

.359

.517 6.799

<0.001

EQ เฉลี่ยของคนไทยต่ำลง 3.045 .342 5.234 <0.001
ขาดทักษะการเป็นพลเมือง .095 0.214 2.687 <0.001
Constant -10.857 -2.417 0.014
R=  0.633           R2=0.400          F=25.576     p-value <0.001

การศึกษาปัจจัยที่สามารถร่วมกันทำนายข้อจำกัดทางสังคมที่ทำให้การจัดการสาธารณภัยไม่มีประสิทธิภาพ พบว่ามีตัวแปร ที่ร่วมกันทำนายข้อจำกัดทางสังคมที่ทำให้การจัดการสาธารณภัยไม่มีประสิทธิภาพได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p value < 0.001) ซึ่งตัวแปรทั้งสามสามารถอธิบายการผันแปรข้อจำกัดทางสังคมได้ร้อยละ 40.0 (R2= 0.400)

สามารถเขียนสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบได้ดังต่อไปนี้

(ข้อจำกัดทางสังคม) = -10.903 + 0.360 (โครงสร้างทางเศรษฐกิจอ่อนแอ) + 3.089 (EQ เฉลี่ยของคนไทยต่ำลง) + .091(ขาดทักษะการเป็นพลเมือง)

เขียนสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานได้ดังต่อไปนี้

Zข้อจำกัดทางสังคม = 0.515 (Zโครงสร้างทางเศรษฐกิจอ่อนแอ) + 0.379 (Z EQ เฉลี่ยของคนไทยต่ำลง) + 0.203 (Zขาดทักษะการเป็นพลเมือง)

  • ตัวเลขหน้า Z (Beta): คือตัวบอก “น้ำหนัก” หรือ “พลัง” ของตัวแปรนั้น

  • 0.515: หมายความว่า ถ้าโครงสร้างเศรษฐกิจแย่ลง 1 หน่วยมาตรฐาน ข้อจำกัดทางสังคมจะเพิ่มขึ้นถึง 0.515 หน่วยมาตรฐาน

  • 0.379: หมายความว่า EQ มีผลในระดับที่รองลงมา

Z ตัวนี้คือเครื่องมือที่เปิดโปงความจริงว่า “โครงสร้าง (Structure) สำคัญกว่า ปัจเจก (Individual)” ครับ:

  • Z ของเศรษฐกิจ (0.515) ที่สูงที่สุด บอกเราว่า “ความล้มเหลวนิเวศภัยพิบัติ” ในนครพนมปี 2559 นั้น ปัจจัยหลักไม่ใช่คนโง่หรือคนไม่ร่วมมือ (IQ/พลเมือง) แต่คือ “ความเปราะบางทางเศรษฐกิจ” ที่รัฐปล่อยให้เกิดขึ้น

  • Z ของ EQ (0.379): แม้จะดูเป็นอันดับสอง แต่ในทางมานุษยวิทยา เราจะตีความว่านี่คือ “ผลกระทบ” จาก Z เศรษฐกิจที่แย่  จึงถูกประเมินว่า EQ ต่ำ

เมื่อพิจารณาสมการคะแนนมาตรฐาน ($Z$) นี้ ผมขอวิพากษ์วิจารณ์อย่างเข้มข้นถึง “นัยแฝง” ที่ทรงพลังและอันตรายกว่าสมการคะแนนดิบ ดังนี้ครับ:

1. วิพากษ์อำนาจการพยากรณ์: “โครงสร้าง” คือจำเลยตัวจริง

เมื่อแปลงเป็นค่า $Z$ แล้ว หน่วยวัดของทุกตัวแปรจะเท่ากัน ทำให้เราเห็น “เนื้อแท้” ของอิทธิพล:

  • อิทธิพลหลัก (Beta = 0.515): โครงสร้างทางเศรษฐกิจอ่อนแอมีค่าน้ำหนักสูงสุดอย่างโดดเด่น ยืนยันว่า “ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ” คือปัจจัยหลักที่ขัดขวางการจัดการภัยพิบัติ ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล

  • อิทธิพลรอง (Beta = 0.379): ค่านี้ยังคงบอกเราว่า “สภาวะทางจิตวิทยา” มีผลรองลงมาจากเศรษฐกิจ ในมิติมนุษยวิทยา เรามองว่าเมื่อเศรษฐกิจพัง (0.515) มันย่อมลากให้วุฒิภาวะทางอารมณ์ของฝูงชน (0.379) พังทลายตามไปด้วยเนื่องจากความเครียดในการเอาตัวรอด

2. วิพากษ์ในเลนส์มานุษยวิทยา: “การตีตราทางอารมณ์” (Emotional Stigmatization)

การที่ค่า Z ของ EQ สูงถึง 0.379 ในสมการพยากรณ์ความล้มเหลว มีนัยอันตรายเชิงจริยธรรม:

  • การเบี่ยงเบนความรับผิดชอบ: สมการนี้อาจถูก “พรรคราชการ” นำไปใช้เป็นวาทกรรมว่า “ต่อให้รัฐเตรียมระบบ CBC ดีแค่ไหน แต่ถ้าคนไทย EQ ต่ำ (ควบคุมอารมณ์ไม่ได้/ตื่นตระหนก) การจัดการภัยก็ไม่มีวันสำเร็จ” นี่คือการใช้สถิติเพื่อ “โทษประชาชน” (Blaming the Public) เพื่อปกปิดความไร้สมรรถนะของระบบสั่งการ

  • นิเวศวิทยาแห่งการสยบยอม: ในระบบ “ป่ายูคาลิปตัส” ที่เน้นการสั่งการทางเดียว EQ ของประชาชนถูกทำให้ต่ำลงโดยเจตนาผ่านการไม่ให้มีส่วนร่วม เมื่อประชาชนรู้สึกไร้อำนาจ (Powerlessness) พวกเขาจะแสดงออกผ่านอารมณ์ที่รุนแรงหรือความเฉยเมย ซึ่งสถิตินี้กลับไปจับภาพ “ผลลัพธ์” นั้นแล้วสรุปว่าเป็น “สาเหตุ”

3. วิพากษ์ในเลนส์สิ่งแวดล้อมศึกษา: “ทักษะพลเมืองที่ถูกลืม”

ค่า Z ของการขาดทักษะพลเมือง (0.203) มีค่าน้อยที่สุด สะท้อนว่า:

  • ความล้มเหลวของการศึกษา: ต่อให้พยายามสอนเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือการเป็นพลเมืองดีแค่ไหน แต่ถ้า “ท้องไม่อิ่ม” (เศรษฐกิจ 0.515) และ “ใจไม่สงบ” (EQ 0.379) ทักษะพลเมืองก็ไม่สามารถขับเคลื่อนได้

  • สังคมนิรภัยที่ไม่มีอยู่จริง: ตราบใดที่สมการนี้ยังมีค่าเศรษฐกิจและอารมณ์เป็นตัวตั้งต้นใหญ่ การสร้าง “สังคมนิรภัย” จะเป็นเพียงความเพ้อฝันเชิงพิธีกรรม (Bureaucratic Ritualism) เพราะรัฐมักมุ่งเน้นไปที่การสอนทักษะ (0.203) แต่ไม่ยอมแก้ที่โครงสร้างเศรษฐกิจ (0.515)

4. บทสรุป: สมการนี้ “ขาดตัวแปรต้นเหตุ”

  • ข้อเสนอแนะ: สมการนี้เป็นเพียงการวัด “อาการป่วย” ของสังคม แต่ไม่ได้บอก “เชื้อโรค” ที่แท้จริง การนำเสนอสถิติชุดนี้โดยไม่วิพากษ์โครงสร้างรัฐ จะเป็นการผลิตซ้ำอำนาจนิยมที่มองว่าประชาชนคือปัญหา และพรรคราชการคือผู้กอบกู้ ทั้งที่ในความจริงระบบนิเวศราชการที่ตายซากต่างหากที่เป็นข้อจำกัดทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดครับ

 

 

—————ปปปปปปป—————