การรักษา “ความมั่นคงของสถานภาพราชการ”

เหตุการอุทกภัยเศร้าสลด อุทกภัยหาดใหญ่ปี 2568 หลายครอบครัวลอยคออดข้าวอดน้ำในบ้านตนเองนานหลายวัน บางครอบครัวมีคนหมดแรงพยุงตัวจมน้ำตายในบ้านตัวเอง” ภายใต้เขตพื้นที่ที่รัฐบอกว่าเป็นภัยขนาดความรุนแรง ระดับ 2 ที่ผู้อำนวยการจังหวัดและส่วนราชการภายในจังหวัดเอาอยู่ พะน่ะ
เหตุสลดดังกล่าวฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กลับอธิบายการประกาศยกระดับภัยพิบัติ ต้องคำนึงถึงการรักษา “ความมั่นคงของสถานภาพราชการ” ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ตลาดหุ้น ค่าเงินบาท รวมถึงเบี้ยประกันภัยพิบัติของภาคอุตสาหกรรมที่จะดีดตัวสูงขึ้นทันที
เป็นวาทกรรมที่สร้างความชอบธรรม ให้กับ “ความเฉื่อยชาของระบบราชการ โดยเปลี่ยนภาพลักษณ์จากการ “ไม่กล้าตัดสินใจ” ให้กลายเป็น “ความสุขุมรอบคอบเชิงยุทธศาสตร์” ซึ่งขัดกับหลักการสร้างสังคมนิรภัยที่ต้องเน้นความโปร่งใส การคาดการณ์ล่วงหน้า และการปกป้องชีวิตมนุษย์เป็นเป้าหมายสูงสุด
เวที วปอ. แทนที่จะเป็นเวทีระดมสมองเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน กลับกลายเป็นสถานที่ที่อธิบดีนำเอา “หลักสูตรการแก้ตัวและการสร้างความชอบธรรมให้ความล้มเหลว” ไปฝังชิป ให้กับชนชั้นนำรุ่นต่อไป

เมื่อชนชั้นนำเหล่านี้ออกไปคุมกลไกรัฐและเอกชน พวกเขาจะซึมซับตรรกะที่ว่า “การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ความมั่นคง และภาพลักษณ์ประเทศ สำคัญกว่าวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ลอยคออยู่ในน้ำ”