การเข้ามายึดกุมพื้นที่ข้าราชการ อปท.ของชนชั้นนำ
จากการแฉข้อมูลการทุจริตสอบท้องถิ่น 68 สะท้อนให้เห็นว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องตระกูลใหญ่ฝากลูกหลานธรรมดา แต่คือการ “สืบทอดอำนาจและผลประโยชน์ข้ามรุ่น” เพื่อยึดกุมองคาพยพของรัฐไว้ในมือของกลุ่มทุนและชนชั้นนำกลุ่มเดิม กลุ่มทุนและชนชั้นนำเหล่านี้จึงเปลี่ยนยุทธวิธีมาเป็นการ “ยึดกุมพื้นที่ข้าราชการประจำ” แทน
กลุ่มทุนและคนใหญ่คนโตมีเงินสดมหาศาลอยู่ในมือ แต่เงินสดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความมั่นคงของตระกูลในระยะยาวได้ พวกเขาจึงนำเงินเหล่านั้นมา “ซื้อตำแหน่งข้าราชการ” ให้แก่ลูกหลาน วงศ์วาน ลูกหลานจะขยับสถานะจาก “ลูกคนรวย/ลูกนักการเมืองท้องถิ่น” กลายมาเป็น “เจ้าคนนายคน” มีหัวโขนเป็นข้าราชการที่มีเกียรติ มีบำนาญ และมีอำนาจตามกฎหมายรองรับ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณลักษณะของเงินเพียงอย่างเดียวซื้อตรงๆ ไม่ได้
คือรูปแบบคลาสสิกของ state capture (การยึดครองสถาบันรัฐ) ในเวอร์ชันไทย ๆ ซึ่งเกิดขึ้นมานานแล้วในหลายประเทศกำลังพัฒนา ไม่ใช่แค่เรื่องตระกูลใหญ่ในท้องถิ่น แต่เป็นกลไกการสืบทอดอำนาจและผลประโยชน์ข้ามรุ่นอย่างเป็นระบบ
ทำไมวิธีนี้ถึง “คุ้ม” สำหรับกลุ่มทุนและชนชั้นนำ
- เงินสดอย่างเดียวไม่พอ ในระยะยาว เพราะเงินสามารถถูกภาษี ถูกชิง ถูกยึด หรือถูก disruption จากเทคโนโลยี/การเมืองใหม่ ๆ ได้
-
ตำแหน่งข้าราชการ ให้ legitimacy (ความชอบธรรมตามกฎหมาย), ความมั่นคง (บำนาญ, ระบบราชการที่ปกป้องกัน), อำนาจจริง (ควบคุมงบประมาณ, ใบอนุญาต, การจัดสรรทรัพยากร, การบังคับใช้กฎหมาย) และ เครือข่าย ที่ขยายตัวได้ตามลำดับขั้น
-
ลูกหลานเปลี่ยนจาก “ลูกเศรษฐี” เป็น “ข้าราชการผู้มีเกียรติ” ทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น และสามารถสร้าง “ทุนสังคม” (social capital) ในระบบราชการได้
ผลลัพธ์คือ การผูกขาด “องคาพยพของรัฐ” ไว้ในมือกลุ่มเดิม ทำให้การแข่งขันอย่างเป็นธรรมลดลง ระบบราชการสูญเสียความสามารถ (meritocracy) และเกิด rent-seeking (การหาผลประโยชน์โดยไม่สร้างมูลค่า) เป็นวงจร
