ชาตินิยมกระจอก (แต่เถื่อน)
https://youtube.com/shorts/HfuDG4GD4bw?feature=share
บทวิเคราะห์ของ ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล ในหัวข้อ “ชาตินิยมกระจอก (แต่เถื่อน)” สะท้อนถึงการตั้งคำถามต่ออุดมการณ์ชาตินิยมแบบจรรโลงโครงสร้างอำนาจเดิม กระจอกเพราะ “กลบปัญหาเชิงโครงสร้าง” กระจอกเพราะ “เลือกปฏิบัติแต่ไม่กล้าชนทุนใหญ่” กระจอกเพราะ “เน้นพิธีกรรม ไม่เน้นสมรรถนะ” แม้จะ “กระจอก” ในแง่การสร้างนวัตกรรมหรือพัฒนาประเทศ แต่กลับ “เถื่อน” ด้วยการใช้อำนาจบังคับ กฎหมาย และกลไกยับยั้งทางการเมือง เข้าจัดการกับกลุ่มคนที่ออกมาชี้แผลเชิงโครงสร้าง ใช้กรอบ “ความมั่นคง” เพื่อปกป้องระบอบอุปถัมภ์ ไม่ใช่เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ ชาตินิยมกระจอกของคนไทยเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้ผู้กุมอำนาจลอยตัวเหนือปัญหา เท่านั้น
คำว่า “กระจอก” ในบริบทนี้ หากถอดรหัสผ่านมุมมอง มนุษยวิทยาการเมือง และ เศรษฐศาสตร์การเมือง ไม่ได้หมายถึงระดับความรุนแรง แต่หมายถึง ความตื้นเขินและไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 มิติหลักดังนี้:
-
กระจอกเพราะ “กลบปัญหาเชิงโครงสร้าง”:
-
ชาตินิยมรูปแบบนี้เน้นการปลุกปลุกวาทกรรม “รักชาติ” หรือสร้างศัตรูร่วมภายนอก/ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนไปจากวิกฤตที่แท้จริง เช่น ระบบส่วย ทุนเทาข้ามชาติ ปรสิตในระบบราชการ และความล้มเหลวของการศึกษา
-
ไม่เคยเสนอทางออกหรือยกระดับคุณภาพชีวิต ประชาชนยังคงต้องแบกรับต้นทุนสังคมและเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ
-
-
กระจอกเพราะ “เลือกปฏิบัติแต่ไม่กล้าชนทุนใหญ่”:
-
สำลักความภาคภูมิใจในเอกราชหรือวัฒนธรรมบังหน้า แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการละเมิดอธิปไตยทางเศรษฐกิจ (เช่น การถูกทุนเทาข้ามชาติยึดครองพื้นที่ค้าปลีก คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ผ่านนอมินี) กลับเกียร์ว่างและปล่อยให้กติการัฐถูกซื้อด้วยเงินส่วย
-
เก่งเฉพาะการใช้อำนาจกดทับประชาชนคนธรรมดาหรือฝ่ายเห็นต่าง แต่สิโรโรตม์ต่อโครงสร้างผลประโยชน์ข้ามชาติ
-
-
กระจอกเพราะ “เน้นพิธีกรรม ไม่เน้นสมรรถนะ”:
-
วัดความรักชาติจากการปฏิบัติตามบรรทัดฐานแนวดิ่ง หรือพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ มากกว่าการสร้าง “สังคมนิรภัย” (Safety Society) ที่ประชาชนทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต การงาน และสวัสดิการ
-
สร้างความตระหนักรู้แบบ “ปัจเจกบุคคลต้องอดทน” แทนที่จะปฏิรูประบบสถาบันทางการเมืองให้ยึดโยงกับประชาชน
-
-
เถื่อนเพราะ “ใช้อำนาจปะทะเพื่อรักษา Status Quo”:
-
แม้จะ “กระจอก” ในแง่การสร้างนวัตกรรมหรือพัฒนาประเทศ แต่กลับ “เถื่อน” ด้วยการใช้อำนาจบังคับ กฎหมาย และกลไกยับยั้งทางการเมือง เข้าจัดการกับกลุ่มคนที่ออกมาชี้แผลเชิงโครงสร้าง
-
ใช้กรอบ “ความมั่นคง” เพื่อปกป้องระบอบอุปถัมภ์ ไม่ใช่เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ
-
บทวิเคราะห์นี้จึงชี้ให้เห็นว่า “ชาตินิยมที่ไม่แตะต้องโครงสร้างอำนาจและผลประโยชน์ทับซ้อน” ก็เป็นเพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้ผู้กุมอำนาจลอยตัวเหนือปัญหา ในขณะที่ “บ้าน” หรือโครงสร้างสังคมไทยกำลังปริแตกและถอยหลังลงเรื่อยๆ
