ช่องว่างระหว่าง “นวัตกรรมบนกระดาษ” กับ “สมรรถนะจริงของเด็กในห้องเรียน”

https://youtube.com/shorts/IKQfCjH6NGw?feature=share

ระบบการศึกษาของไทยมีรูปแบบของ “นวัตกรรมทางการศึกษา” ทั้งเชิงกระบวนการ และเชิงผลิตภัณฑ์ แต่ในความเป็นจริง ช่องว่างระหว่าง “นวัตกรรมบนกระดาษ” กับ “สมรรถนะจริงของเด็กในห้องเรียน” กลับกว้างขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลสำคัญที่ทำให้คะแนน PISA และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กไทยสวนทางกับปริมาณนวัตกรรม สามารถวิเคราะห์ผ่านโครงสร้างเชิงระบบ
หนึ่ง ทั้งระบบสร้างนวัตกรรมเพื่อ “การประเมิน”ของและผู้บริหาร ไม่ใช่เพื่อ “การเรียนรู้”ของผู้เรียน ทหให้เกิดผลผลิตเชิงกายภาพมากกว่ากระบวนการคิด
สอง ข้อสอบ PISA วัด “สมรรถนะขั้นสูง” แต่นวัตกรรมไทยยังติดกับดัก “ความรู้เนื้อหา”
สาม ภาระงานเชิงโครงสร้างนอกห้องเรียนที่ดึงครูออกจากห้องเรียน
สี่ นวัตกรรมไฮเทคจำนวนมากไม่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ที่ขาดแคลน หรือไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อซ่อมแซมภาวะการเรียนรู้ถดถอย ของเด็กกลุ่มใหญ่ ในโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ที่ขาดแคลนทั้งครูตรงสาขา อุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐาน
ห้า มอง “เทคโนโลยี/สื่อ” เป็นคำตอบสุดท้าย โดยลืม “นิเวศการเรียนรู้” การเปลี่ยนจากตำรากระดาษมาเป็น E-book หรือแอปพลิเคชัน ไม่ได้ช่วยให้เกิดการคิดวิเคราะห์หากกระบวนการตั้งคำถามในห้องเรียนยังเน้นการหาคำตอบเดียวตามแม่แบบ เทคโนโลยี/สื่อการวัดผลของไทยยังเน้นการให้คะแนนตามคำตอบที่ “ถูกต้องตามเฉลย” เท่านั้น