ทำไมชนชั้นกลางในเมืองถึงเปราะบางต่อภัยพิบัติอย่างยิ่ง?

ชนชั้นกลางในเมืองมีความเปราะบางต่อภัยพิบัติอย่างยิ่งเนื่องจากปัจจัยหลัก 2 ประการตามที่ระบุในแหล่งข้อมูล ดังนี้:
  • การพึ่งพาระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐมากเกินไป: ชนชั้นกลางในเมืองมักใช้ชีวิตผูกติดกับระบบโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ เช่น การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมและการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เมื่อเกิดภัยพิบัติรุนแรงจนระบบเหล่านี้ล้มเหลว ชนชั้นกลางอาจตกอยู่ในสภาวะที่ทำอะไรไม่ถูก กลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย หรือสูญเสียความสามารถในการดำเนินชีวิตปกติไปทันที,
  • ขาดเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็ง: แตกต่างจากชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่มักมีเครือข่ายความสัมพันธ์ในพื้นที่ซึ่งช่วยพยุงกันได้ในยามวิกฤต ชนชั้นกลางในเมืองมักขาดเครือข่ายทางสังคมที่แน่นแฟ้น ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พวกเขาไม่มีระบบสนับสนุนทางสังคม (Social Network) ที่จะเข้ามาช่วยเหลือได้ทันทีเหมือนชุมชนอื่น ๆ
กรณีศึกษาเรื่องแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นว่าในยามที่ระบบราชการปกติล้มเหลว ชนชั้นกลางที่เคยคิดว่าตนเองมีความมั่นคงกลับต้องหันไปพึ่งพา “สังคมพันลึก” เช่น กลุ่มอาสาสมัคร หรือแม้แต่ช่องทางที่ไม่เป็นทางการอย่างกลุ่มในโซเชียลมีเดียเพื่อหาข้อมูลและทางรอด ซึ่งตอกย้ำถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้การพึ่งพาเทคโนโลยีและรัฐเพียงอย่างเดียว