ป.ป.ช.สถาบันที่ทำหน้าที่ “ปราบโกง” ตามตัวอักษร กลับถูกผูีมีอำนาจผันให้สถาบันแห่งนี้ทำหน้าที่เป็น “หน่วยควบคุมสมดุลอำนาจ”

โดยอำนาจตามกฎหมาย ป.ป.ช. มีสถานะเป็น “องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งมีอำนาจเหนือกว่าแค่การดูความครบถ้วนของเอกสาร

หน้าที่จริง: ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเชิงลึก เส้นทางการเงิน และ “พฤติการณ์อำพราง”

สิ่งที่ ป.ป.ช. ทำในกรณีไม่ส่งอัยการฟ้องศักดิ์สยาม ป.ป.ช. เลือกที่จะเชื่อ “เอกสารการโอนหุ้น” และ “สัญญาประนีประนอมยอมความ” ที่ทำขึ้นภายหลัง ซึ่งเป็นงานธุรการตรวจเอกสาร ไม่สมกับค่าตอบแทนหลายหมื่นบาทต่อเดือนซึ่งศุงกว่างานธุรการ และข้าราชการส่วนอื่นๆ และถึงแม้จะทำงานธุรการกลับอ่านคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นเหมือนธุรการจริงๆ เสียด้วย

ป.ป.ช. ดูแคลนสติปัญญาของสังคมอย่างรุนแรง ที่บอกกับคนไทยว่า รัฐมนตรีศักดิ์สยาม “ไม่รู้” ว่าหุ้นที่ตนเองแอบสั่งการอยู่เบื้องหลังเป็นของตนเอง คือการดูแคลนสติปัญญาของสังคมอย่างรุนแรง เด้นิ พี่น้อง

ป.ป.ช.สถาบันที่ทำหน้าที่ “ปราบโกง” ตามตัวอักษร กลับถูกผูีมีอำนาจผันให้สถาบันแห่งนี้ทำหน้าที่เป็น “หน่วยควบคุมสมดุลอำนาจ”ในระบบนิเวศการเมืองไทย และเมื่อ ป.ป.ช. วินิจฉัยคดีสำคัญอย่างกรณีศักดิ์สยามในลักษณะ “ฟอกขาว” มันไม่ได้จบแค่คดีศักดิ์สยามคดีเดียว แต่เป็นการสร้าง “บรรทัดฐานใหม่” ให้คนในเครือข่ายใช้อ้างอิงในอนาคต ศักดิ์สยามทำได้คนในเครือข่ายรัฐธรรมนูญคนอื่นๆก็ทำได้ คนนอกรัฐธรรมนูญอย่าหวังเด้อ จะทำได้เหมือนเขา