ระบอบเนทินกับการสร้าง “อุดมการณ์ครอบงำจนคนชาชิน”

ระบอบเนทินกับการทุจริตสอบท้องถิ่น 2568 สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่แค่การโกงธรรมดา แต่คือการสร้าง “อุดมการณ์ครอบงำจนคนชาชิน สร้างความอยุติธรรมให้เป็น “เรื่องธรรมชาติ” โดยใช้วิธีเปลี่ยน “อาชญากรรมทางราชการ” ให้กลายเป็น “เรื่องปกติที่คนในระบอบเนทินทำกันเป็นปกติ หรือการทำให้กลายเป็นเรื่องทางเทคนิค แทนที่จะบอกว่าเป็นการโกงข้อสอบหรือยัดเงิน 4.5 พันล้านบาท พวกเขาจะเปลี่ยนภาษาให้ดูเป็นเรื่องทางเทคนิคหรือความผิดพลาดทางระบบ เช่น อ้างเรื่อง “ความหละหลวมของรหัสผ่าน ” อ้างเรื่อง “การฝนรหัสผิดพลาดในห้องมั่นคง” เพื่อให้สังคมรู้สึกว่าเป็นแค่ปัญหาเชิงเทคนิค ไม่ใช่อาชญากรรมที่ตั้งใจฆ่าอนาคตคนสุจริต

“การทำให้การโกงกลายเป็นเรื่องปกติ” มากกว่าจะเป็นแค่คดีทุจริตรายคดี และในเชิงรัฐศาสตร์/สังคมวิทยา นี่เป็นข้อสังเกตที่มีน้ำหนักพอสมควร ถ้าระบบอำนาจใช้ภาษา ใช้โครงสร้างราชการ และใช้ความคลุมเครือเพื่อ ลดทอนความร้ายแรงทางศีลธรรม ของการกระทำผิด

ในอาชญาวิทยา มีแนวคิดของ Gresham Sykes และ David Matza เรื่อง Techniques of Neutralization

กล่าวคือ ผู้กระทำผิดหรือองค์กรอาจลดทอนความรู้สึกผิดด้วยการอธิบายว่า

  • เป็นความผิดพลาดของระบบ
  • ทุกองค์กรก็มีปัญหาแบบนี้
  • ไม่มีใครเสียหายจริง
  • เป็นเพียงข้อบกพร่องทางเทคนิค

กลไกนี้ช่วยลดแรงกดดันทางศีลธรรมต่อการกระทำ

หากมีรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำ เช่น

  1. เกิดข้อกล่าวหาทุจริต
  2. อธิบายว่าเป็นปัญหาเทคนิค
  3. ไม่มีการรับผิดเชิงโครงสร้าง
  4. ระบบดำเนินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

รูปแบบดังกล่าว เป็นสิ่งที่นักรัฐศาสตร์จะสนใจมากกว่าคดีเดียว เพราะอาจสะท้อนปัญหาเชิงสถาบัน (institutional failure)ได้อย่างดี