หลักนิติรัฐตามอำเภอใจ
เมื่อ ป.ป.ช. ใช้บรรทัดฐานเรื่อง “เจตนา” มาตัดตอนกระบวนการ โดยอ้างว่าเมื่อศักดิ์สยามเข้าใจว่าโอนหุ้นโดยชอบแล้ว จึงถือว่า “ขาดเจตนาจงใจ” ยื่นทรัพย์สินเท็จ ว่าซ้าน ไม่ต้องส่งอัยการสูงสุดฟ้องเอาเข้าคุก ยุติเรื่องนี้ เพียงเท่านี้ พะน่ะ
เป็นความพยายามของกลุ่มอำนาจในการเปลี่ยน “ระบบอุปถัมภ์แบบตัวบุคคล” ให้กลายเป็น “ระบบอุปถัมภ์แบบสถาบัน” ผ่านกลไกทางกฎหมาย พะน่ะ
กฎหมายที่ควรจะเป็น “ไม้บรรทัด” กลับกลายเป็น “ยางยืด” ที่ขยายออกได้เมื่อพวกเดียวกันทำผิด และหดตัวลงจนแหลมคมเมื่อต้องใช้กับฝ่ายตรงข้าม ว่าซ้าน
การที่ระบบปัจจุบันเลือกใช้ “เจตนา” เป็นเครื่องมือในการเลือกปฏิบัติ
ถ้าเป็น ศัตรูทางการเมือง: จะถูกตีความโดยเน้นพฤติการณ์เชิงประจักษ์ ไม่ต้องดูเจตนา แค่ทำผิดกติกาถือว่าจบ พะน่ะ
ถ้าเป็น เครือข่ายเดียวกัน: จะถูกตีความโดยเน้นไปที่ “หัวใจ” สามารถดูเจตนาดูความเข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ยากที่สุด และเป็นช่องว่างที่กว้างพอจะให้คนในเครือข่ายรัฐธรรมนูญ 60 ได้รอดพ้นจากคดีอาญา เป็นรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาสำหรับพวกเขา จริงจริ๊ง
เมื่อ “เจตนา” กลายเป็นสิ่งที่องค์กรอิสระสามารถกำหนดได้ตามความพึงพอใจ หลักนิติธรรม ก็ย่อมพ่ายแพ้ให้กับหลักนิติรัฐตามอำเภอใจ
