ใครถูกเลือกให้จมอยูกับน้ำ เมื่อน้ำเหนือมา
ทุกครั้งที่น้ำเหนือไหลลงมามากเกินกว่าแม่น้ำจะรับไหว จะมีการตัดสินใจหนึ่งเกิดขึ้นในห้องประชุม ว่าน้ำส่วนเกินนั้น จะให้ไปอยู่ที่ไหน คำตอบที่เราได้ยินเสมอคือ “ผันเข้าทุ่งรับน้ำ” ฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค เป็นเรื่องวิศวกรรม แต่ทุ่งรับน้ำไม่ใช่ที่ว่างเปล่า มันคือนาข้าวของชาวนา คือบ้านของคนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ คือชีวิตที่ต้องแช่น้ำนานหลายสัปดาห์ เพื่อให้พื้นที่อื่นแห้ง แล้วใช้อะไรตัดสิน ว่าพื้นที่ไหนต้องรับน้ำ ตรรกะที่ใช้กันในทางปฏิบัติคือ ปกป้องพื้นที่ที่เสียหายมากที่สุดก่อน น้ำท่วมนาข้าว เสียหายน้อย น้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรม หรือย่านเศรษฐกิจในเมือง เสียหายมหาศาล ฟังดูมีเหตุผล แต่ลองถามต่ออีกนิด ความเสียหายนั้นวัดด้วยอะไร วัดด้วยมูลค่าทรัพย์สิน
และเมื่อวัดแบบนี้ บ้านไม้ชั้นเดียวกับนาข้าว ก็มีค่าน้อยกว่าโรงงานเสมอ ชาวนาจึงถูกเลือกให้จม ไม่ใช่เพราะใครเกลียดเขา แต่เพราะสูตรคำนวณบอกว่า ชีวิตเขาราคาถูกกว่า นี่คือการกดทับที่ไม่ต้องมีใครสั่ง แค่ใช้เกณฑ์ที่ดูเป็นกลาง ผลลัพธ์ก็เอียงไปหาคนที่มีน้อยที่สุดทุกครั้ง ผมไม่ได้บอกว่าไม่ควรมีทุ่งรับน้ำ ในวิกฤต อาจจำเป็นต้องมีใครสักคนรับน้ำแทน แต่ถ้ามีคนต้องเสียสละเพื่อให้ส่วนรวมรอด คำถามที่ต้องตอบคือ เขาได้รับการชดเชยเท่าไร คุ้มกับที่เสียไปหรือไม่ เงินมาถึงมือเร็วแค่ไหน หรือต้องรอจนน้ำลดแล้วอีกหลายเดือน และเขาเคยได้นั่งอยู่ในห้องที่ตัดสินใจเรื่องนี้ หรือแค่ถูกแจ้งให้ทราบ ถ้าคำตอบคือ ชดเชยน้อย จ่ายช้า และไม่เคยถูกถาม นั่นไม่ใช่การเสียสละ นั่นคือการถูกบังคับให้จ่ายแทนคนอื่น ความยุติธรรมในการจัดการน้ำ ไม่ได้อยู่ที่ว่าน้ำไปทางไหน แต่อยู่ที่ว่า คนที่ต้องรับน้ำ ได้รับการปฏิบัติอย่างไร
