ขยะพิษกับสายน้ำท่วม
น้ำท่วมปราจีนบุรีพาคราบสีรุ้งออกมาจากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ไหลไปทั่วทุ่งนา ชาวบ้านคนหนึ่งจากเครือข่ายภาคประชาชน เป็นคนแจ้งเบาะแส วันที่ 5 ตุลาคม 69 เขาไปยืนรอสังเกตการณ์ ขณะที่ทีมตรวจสอบของกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่ แล้วมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาประชิด กล่าวหาว่าเขาร้องเรียนเพื่อหวังผลประโยชน์ และเกือบมีการทำร้ายร่างกาย สังเกตไหมครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นในวันที่เจ้าหน้าที่รัฐอยู่ในพื้นที่ ถ้ายังกล้าทำได้ต่อหน้ารัฐ แล้ววันที่รัฐไม่อยู่ล่ะ ผมอยากชวนมองเรื่องนี้ผ่านคำว่า “ปรสิต” ปรสิตไม่ได้ฆ่าร่างที่มันอาศัย มันแค่ดูดกินไปเรื่อยๆ และมันไม่ได้อยู่นอกร่าง มันอยู่ข้างใน ธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมมีค่า เพราะมีใบอนุญาตจากรัฐ ใบอนุญาตเปลี่ยนการรับขยะพิษให้เป็นรายได้ที่ถูกกฎหมาย ถ้ากำจัดถูกต้อง ต้นทุนสูง ถ้ากำจัดแบบลดต้นทุน กำไรสูง ส่วนต่างนั้นไม่ได้หายไปไหน มันไหลลงดิน ลงน้ำ และลงในร่างกายของคนรอบบ่อ ระบบแบบนี้อยู่ได้ เพราะมีสามอย่าง ใบอนุญาตที่ออกง่าย การตรวจสอบที่มาเมื่อมีข่าว และอิทธิพลในพื้นที่ ที่ทำให้คนธรรมดาไม่กล้าพูด
คนที่ออกมาแจ้งเบาะแส จึงไม่ได้ต่อสู้กับบริษัทเดียว เขากำลังต่อสู้กับโครงสร้างที่รัฐสร้างขึ้นเอง แต่ไม่เคยดูแลให้ดี ที่เจ็บที่สุดคือ คนที่ทำหน้าที่แทนรัฐ คือคนที่ต้องรับความเสี่ยงเอง ส่วนรัฐที่มีอำนาจ มีงบ มีกฎหมาย มาตรวจแล้วก็กลับ ถ้าประเทศนี้ปล่อยให้คนแจ้งเบาะแสต้องเผชิญหน้ากับอิทธิพลตามลำพัง ครั้งหน้า จะไม่มีใครกล้าถ่ายภาพคราบสีรุ้งอีก และเมื่อไม่มีใครกล้าพูด ปรสิตก็จะดูดกินต่อไปอย่างเงียบๆ จนร่างนั้นป่วยหนักเกินกว่าจะรักษา คำถามคือ รัฐจะคุ้มครองคนที่ช่วยรัฐทำงาน หรือจะปล่อยให้เขาเป็นเหยื่อรายต่อไป
