รายการความหวังดีของ บกปภ.ช.

ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภันแห่งชาติ วันที่ 5 ตุลาคม 69
ห้าข้อ ลองอ่านไปพร้อมกัน

ข้อหนึ่ง อ่างเก็บน้ำที่เต็มหรือใกล้เต็ม ให้พร่องน้ำ เร่งระบายออก และให้ลดผลกระทบต่อคนท้ายน้ำด้วย ฟังดูดี แต่สั่งตอนที่อ่างเต็มไปแล้ว การพร่องน้ำต้องทำก่อนฝนมา ไม่ใช่หลังน้ำท่วม และวันนี้ การเร่งระบาย กับการลดผลกระทบท้ายน้ำ คือสองคำสั่งที่ขัดกันเอง ระบายมากคนท้ายน้ำจม ระบายน้อยเขื่อนเสี่ยง คำสั่งนี้ไม่ได้ตัดสินใจอะไรเลย แค่ส่งความยากลงไปให้คนข้างล่าง

ข้อสอง ให้เก็บขยะ วัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ นี่คืองานประจำที่ต้องเสร็จก่อนหน้าฝน ไม่ใช่ข้อสั่งการกลางวิกฤต

ข้อสาม ถ้าเครื่องจักรรัฐไม่พอ ให้จังหวัดไปหาจากเอกชนเอง

ข้อสี่ ขอให้ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงให้แม่นยำ ถามว่าใครควรเป็นคนชี้เป้า ก็ศูนย์บัญชาการระดับชาตินี่เอง แต่ข้อสั่งการกลับสั่งให้คนอื่นไปทำ

ทีนี้ดูข้อห้า การดูแลผู้นำและแขกที่มาประชุมธนาคารโลก ข้อนี้ระบุชัดทุกอย่าง หน่วยงานไหนรับผิดชอบ สถานที่ไหน เส้นทางจากโรงแรมไปศูนย์ประชุม และให้ป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่

ห้าข้อ มีข้อเดียวที่ระบุชื่อสถานที่ ระบุหน่วยงาน ระบุเส้นทาง คือข้อที่ดูแลแขกต่างประเทศ ส่วนข้อที่ดูแลคนไทยที่จมน้ำอยู่ เป็นคำกว้างๆ ที่ไม่มีตัวเลข ไม่มีเส้นตาย ไม่มีชื่อคนรับผิดชอบ ผมไม่ได้บอกว่าไม่ควรดูแลแขกบ้านแขกเมือง แต่ถ้ารัฐบาลเขียนคำสั่งให้แม่นยำได้ เมื่อเป็นเรื่องที่ตัวเองให้ความสำคัญ ทำไมคำสั่งเรื่องประชาชนที่บ้านจมน้ำ ถึงเขียนได้แค่ว่า “ขอให้” และ “ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” แผนปฏิบัติการจริงต้องบอกว่า ใครทำ ทำอะไร ที่ไหน เสร็จเมื่อไร และวัดผลอย่างไร ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ มันไม่ใช่การบัญชาการ มันคือรายการความปรารถนาดี ที่พอเรื่องพัง ทุกคนชี้กลับมาได้ว่า “สั่งไปแล้ว” ช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติ ไม่ได้อยู่ที่หน้างาน มันเริ่มตั้งแต่บนกระดาษแผ่นนี้